สัญญาอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์งานวรรณกรรม
ทำที่ ……………………………
วันที่ ……………………………
สัญญานี้ทำขึ้นระหว่าง …………………………… อยู่ที่ …………………………… ซึ่งต่อไปในสัญญานี้จะเรียกว่า “ผู้อนุญาต” ฝ่ายหนึ่ง กับ …………………………… อยู่ที่ …………………………… ซึ่งต่อไปในสัญญานี้จะเรียกว่า “ผู้รับอนุญาต” อีกฝ่ายหนึ่ง
ทั้งสองฝ่ายตกลงทำสัญญากันดังมีข้อความต่อไปนี้
ข้อ 1. งานของผู้อนุญาต
ผู้อนุญาตเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานวรรณกรรม คือ …………………………… เรื่อง/ชื่อ …………………………… พิมพ์ครั้งที่ …………………………… ชื่อผู้สร้างสรรค์ผลงาน ……………………………
ข้อ 2. เงื่อนไขการอนุญาต
2.1ผู้อนุญาตตกลงอนุญาตให้ผู้รับอนุญาตใช้ลิขสิทธิ์ในงานวรรณกรรมเพื่อวัตถุประสงค์ในการผลิตสื่อดังต่อไปนี้……………………………
2.2ผู้รับอนุญาตมีสิทธิที่จะผลิตสื่อที่ได้รับอนุญาตตามจำนวนที่กำหนดภายในอายุแห่งสัญญาและมีสิทธิที่จะจำหน่ายสื่อดังกล่าวต่อไปได้แม้ว่าอายุสัญญาได้สิ้นสุดลง แต่ผู้รับอนุญาตไม่มีสิทธิที่จะผลิตสื่อใด ๆ อีกภายหลังจากผู้รับอนุญาตได้ผลิตสื่อครบจำนวนตามสัญญาแล้ว หรือภายหลังวันที่อายุแห่งสัญญาสิ้นสุดลง
2.3ผู้รับอนุญาตจะมอบสื่อที่ผลิตตามสัญญานี้จำนวนทั้งสิ้น …………………………… …………………………… ให้แก่ผู้อนุญาตในแต่ละครั้งที่มีการผลิตสื่อ และให้เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้อนุญาต โดยผู้รับอนุญาตจะไม่คิดมูลค่าแต่อย่างใด
2.4ถ้าผู้อนุญาตต้องการสื่อที่ผลิตเพิ่มเติมตามสัญญานี้จำนวน …………………………… …………………………… ผู้รับอนุญาตจะจำหน่ายให้แก่ผู้อนุญาตโดยมีส่วนลดร้อยละ …………………………… จากราคาปก
ข้อ 3. ระยะเวลาการอนุญาต
3.1ผู้อนุญาตอนุญาตให้ผู้รับอนุญาตใช้ลิขสิทธิ์ในงานวรรณกรรมตามที่ระบุในสัญญานี้ มีกำหนดเวลา …………………………… ปี นับแต่วันที่คู่สัญญาลงนามในสัญญาฉบับนี้ (โดยเริ่มต้นวันที่ ……………………………) และสิ้นสุดในวันที่ ……………………………
3.2ในกรณีที่สัญญาสิ้นสุดลง หากคู่สัญญาฝ่ายใดมีความประสงค์ที่จะให้สัญญานี้มีผลบังคับแก่คู่สัญญาต่อไปอีก ให้คู่สัญญาฝ่ายนั้นติดต่อคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเพื่อตกลงกัน
ข้อ 4. การจัดพิมพ์
4.1ผู้รับอนุญาตจะต้องผลิตสื่อตามสัญญานี้ให้แล้วเสร็จและวางจำหน่ายภายในเวลา …………………………… เดือน นับแต่วันที่ได้รับต้นฉบับที่สมบูรณ์และครบถ้วน
4.2ผู้อนุญาตจะต้องส่งต้นฉบับที่สมบูรณ์และครบถ้วนให้แก่ผู้รับอนุญาตภายในเวลา …………………………… เดือน นับแต่วันที่คู่สัญญาลงนามในสัญญาฉบับนี้
ข้อ 5. ค่าตอบแทน
5.1การจ่ายค่าตอบแทนตามข้อ 5.1 ข้างต้น ผู้รับอนุญาตจะจ่ายโดยวิธี …………………………… ณ ……………………………ในกรณีที่ผู้อนุญาตมีความประสงค์จะเปลี่ยนแปลงสถานที่จ่ายเงิน ผู้อนุญาตจะแจ้งให้ผู้รับอนุญาตทราบล่วงหน้าก่อนกำหนดเวลาการจ่ายเงิน
5.2ผู้อนุญาตมีหน้าที่ในการเสียภาษีเงินได้ โดยผู้รับอนุญาตจะหักภาษี ณ ที่จ่ายตามอัตราที่ระบุในประมวลรัษฎากรจากค่าตอบแทนที่จ่ายทุกครั้ง และผู้รับอนุญาตจะออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายดังกล่าวให้แก่ผู้อนุญาตทุกครั้ง
ข้อ 6. การโอนสิทธิ
การอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์ตามสัญญานี้ ผู้รับอนุญาตจะอนุญาตช่วงให้บุคคลอื่นหรือโอนสิทธิตามสัญญานี้ให้บุคคลอื่นไม่ได้ เว้นแต่จะได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้อนุญาต
ข้อ 7. การแก้ไขดัดแปลง
ผู้รับอนุญาตรับรองว่าจะไม่แก้ไขดัดแปลงหรือเพิ่มเติมงานวรรณกรรมของผู้อนุญาตตามสัญญานี้แต่อย่างใดทั้งสิ้น เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้อนุญาต
ข้อ 8. การระบุชื่อผู้สร้างสรรค์ เจ้าของลิขสิทธิ์ และข้อมูลอื่น ๆ
ข้อ 9. การต่อสู้คดี
9.1ในกรณีที่มีบุคคลอื่นฟ้องร้องเกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์ในงานวรรณกรรมภายใต้สัญญานี้ ผู้อนุญาตจะเข้าร่วมกับผู้รับอนุญาตในการต่อสู้คดี และผู้อนุญาตจะให้ความช่วยเหลือในการให้ข้อมูลหรือเอกสารอันเป็นประโยชน์ หรือเป็นพยานในการต่อสู้คดีค่าใช้จ่ายและค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจากผลของคดีละเมิดลิขสิทธิ์ในงานวรรณกรรมภายใต้สัญญานี้ ผู้รับอนุญาตและผู้อนุญาตตกลงจะรับผิดชอบฝ่ายละครึ่งหนึ่งหากงานวรรณกรรมที่อนุญาตให้ผลิตตามสัญญานี้ล่วงละเมิดลิขสิทธิ์ของบุคคลอื่น ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน อันเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลนั้น และ/หรือผู้รับอนุญาต ผู้อนุญาตจะเป็นผู้รับผิดชอบใช้ค่าเสียหายดังกล่าวทั้งสิ้น
9.2ในกรณีที่มีบุคคลอื่นละเมิดลิขสิทธิ์ในงานวรรณกรรมภายใต้สัญญานี้ ผู้อนุญาตตกลงมอบอำนาจในการร้องทุกข์ ฟ้องร้อง และดำเนินคดีให้แก่ผู้รับอนุญาตเพื่อดำเนินการแทนภายในอายุแห่งสัญญานี้
ข้อ 10. การบอกเลิกสัญญา
หากคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจงใจไม่ปฏิบัติตามสัญญาหรือเงื่อนไขแห่งสัญญาในส่วนอันเป็นสาระสำคัญ ให้คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งแจ้งให้คู่สัญญาฝ่ายที่จงใจไม่ปฏิบัติตามสัญญาหรือเงื่อนไขแห่งสัญญาดังกล่าวทราบ พร้อมทั้งแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรให้แก้ไขให้เป็นไปตามสัญญาภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง เมื่อครบกำหนดเวลา 15 วันแล้ว หากคู่สัญญาฝ่ายที่ได้รับแจ้งไม่ดำเนินการแก้ไขให้เป็นไปตามสัญญา คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งมีสิทธิบอกเลิกสัญญาหรือฟ้องร้องบังคับให้เป็นไปตามสัญญาได้
ข้อ 11. การระงับข้อพิพาท
ในกรณีที่มีข้อพิพาท ข้อขัดแย้ง หรือข้อเรียกร้องใด ๆ เกิดขึ้นจากสัญญานี้หรือเกี่ยวเนื่องกับสัญญานี้ รวมทั้งปัญหาการผิดสัญญา การเลิกสัญญา หรือความสมบูรณ์แห่งสัญญา ให้คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายดำเนินการเจรจาตกลงกันเพื่อระงับข้อพิพาทภายใน 30 วัน นับแต่วันที่คู่สัญญาฝ่ายที่กล่าวอ้างว่ามีข้อพิพาทเกิดขึ้นได้แจ้งให้คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งรับทราบเป็นลายลักษณ์อักษร หากคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายไม่อาจตกลงกันได้ภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้เสนอข้อพิพาทที่เกิดขึ้นต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เพื่อดำเนินการไกล่เกลี่ย หากมิอาจดำเนินการไกล่เกลี่ยตกลงกันได้ภายใน 60 วัน ให้มอบข้อพิพาทดังกล่าวแก่อนุญาโตตุลาการเป็นผู้ชี้ขาดตามข้อบังคับอนุญาโตตุลาการของสถาบันอนุญาโตตุลาการ กระทรวงยุติธรรม ซึ่งใช้บังคับอยู่ในขณะที่มีการเสนอข้อพิพาทเพื่อการอนุญาโตตุลาการ และให้อยู่ภายใต้การจัดการของสถาบันดังกล่าว หรือนำคดีไปสู่ศาลเพื่อวินิจฉัยชี้ขาด
ข้อ 12. สัญญาเป็นโมฆะบางส่วน
ในกรณีที่ปรากฏในภายหลังว่าข้อสัญญาส่วนใดส่วนหนึ่งของสัญญานี้เป็นโมฆะ ให้ถือว่าข้อสัญญาส่วนที่เป็นโมฆะไม่มีผลบังคับในสัญญานี้ และข้อสัญญาดังกล่าวไม่กระทบกระเทือนถึงความสมบูรณ์ของสัญญาในส่วนอื่น ๆ
สัญญานี้ทำขึ้นเป็นสองฉบับมีข้อความถูกต้องตรงกัน คู่สัญญาได้อ่านและเข้าใจข้อความในสัญญาโดยตลอดดีแล้ว จึงลงลายมือชื่อพร้อมประทับตรา (ถ้ามี) ไว้เป็นสำคัญต่อหน้าพยาน และเก็บไว้ฝ่ายละหนึ่งฉบับ

