สัญญาอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์คำร้อง / ทำนอง
ทำที่ ……………………………
วันที่ ……………………………
สัญญานี้ทำขึ้นระหว่าง …………………………… อยู่ที่ …………………………… ซึ่งต่อไปในสัญญานี้จะเรียกว่า “ผู้อนุญาต” ฝ่ายหนึ่ง กับ …………………………… อยู่ที่ …………………………… ซึ่งต่อไปในสัญญานี้จะเรียกว่า “ผู้รับอนุญาต” อีกฝ่ายหนึ่ง
ทั้งสองฝ่ายตกลงทำสัญญากันดังมีข้อความต่อไปนี้
ข้อ 1. งานของผู้อนุญาต
ข้อ 2. เงื่อนไขการอนุญาต
2.1ผู้อนุญาตตกลงอนุญาตให้ผู้รับอนุญาตมีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการใช้ลิขสิทธิ์……………………………เพื่อวัตถุประสงค์ในการผลิตสื่อดังต่อไปนี้……………………………
2.2ผู้อนุญาตจะไม่อนุญาตให้บุคคลอื่นใช้สิทธิใน……………………………ที่อนุญาตตามสัญญานี้เพื่อผลิตสื่อประเภทเดียวกับที่ระบุในข้อ 2.1 จนกว่าระยะเวลาตามสัญญานี้จะสิ้นสุดลง เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นเป็นลายลักษณ์อักษร
2.3เมื่อผู้รับอนุญาตนำ……………………………ทำสื่อต้นแบบ (มาสเตอร์) ให้ผู้รับอนุญาตมีลิขสิทธิ์ในสื่อต้นแบบ (มาสเตอร์) ดังกล่าว แต่ผู้รับอนุญาตจะนำสื่อต้นแบบไปผลิตสื่อประเภทอื่นนอกเหนือจากสิทธิที่ได้รับอนุญาตตามสัญญานี้ไม่ได้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้อนุญาต
2.4ผู้รับอนุญาตมีสิทธิที่จะผลิตสื่อที่ได้รับอนุญาตตามข้อ 2.1 ภายในอายุแห่งสัญญาและมีสิทธิที่จะจำหน่ายสื่อดังกล่าวต่อไปได้แม้ว่าอายุสัญญาได้สิ้นสุดลง แต่ผู้รับอนุญาตไม่มีสิทธิที่จะผลิตสื่อใด ๆ อีกภายหลังวันที่อายุแห่งสัญญาสิ้นสุดลง
ข้อ 3. ระยะเวลาการอนุญาต
3.1ผู้อนุญาตอนุญาตให้ผู้รับอนุญาตใช้ลิขสิทธิ์……………………………ตามที่ระบุในสัญญานี้ มีกำหนดเวลา 3 ปี (สามปี) นับแต่วันที่คู่สัญญาลงนามในสัญญาฉบับนี้ (โดยเริ่มต้นวันที่ ……………………………) และสิ้นสุดในวันที่ ……………………………
3.2ในกรณีที่สัญญาสิ้นสุดลง หากคู่สัญญาฝ่ายใดมีความประสงค์ที่จะให้สัญญานี้มีผลบังคับแก่คู่สัญญาต่อไปอีก ให้คู่สัญญาฝ่ายนั้นติดต่อคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเพื่อตกลงกัน
ข้อ 4. ค่าตอบแทน
4.1ผู้รับอนุญาตตกลงจะจ่ายค่าตอบแทนให้แก่ผู้อนุญาตในอัตรา……………………………ละ 5,000 บาท (ห้าพันบาท) เพื่อใช้ผลิตสื่อ 1 ประเภท (สื่อหลัก) ต่อระยะเวลาการใช้ 1 ปี ซึ่งเมื่อคำนวณค่าตอบแทนตามจำนวน…………………………… อัตราค่าตอบแทน และระยะเวลาตามที่กำหนดในสัญญานี้ รวมเป็นเงินที่ผู้รับอนุญาตจะต้องจ่ายเป็นเงิน …………………………… บาท (……………………………)ผู้รับอนุญาตตกลงจ่ายเงินค่าตอบแทนจำนวนตามข้อ 4.1 เป็น 3 งวด ดังนี้งวดที่ 1 ผู้รับอนุญาตตกลงจ่ายเงินจำนวน …………………………… บาท (……………………………) ภายใน 10 วัน นับแต่วันทำสัญญาฉบับนี้ ณ ……………………………งวดที่ 2 ผู้รับอนุญาตจะจ่ายเงินค่าตอบแทน จำนวน …………………………… บาท (……………………………) ให้แก่ผู้อนุญาต ณ …………………………… ภายใน 1 เดือน นับแต่วันครบกำหนด 1 ปี นับแต่วันทำสัญญานี้ กล่าวคือ ผู้รับอนุญาตจะต้องจ่ายเงินภายใน 1 เดือน นับแต่วันที่ ……………………………งวดที่ 3 ผู้รับอนุญาตจะจ่ายเงินค่าตอบแทน จำนวน …………………………… บาท (……………………………) ให้แก่ผู้อนุญาต ณ …………………………… ภายใน 1 เดือน นับแต่วันครบกำหนด 2 ปี นับแต่วันทำสัญญานี้ กล่าวคือ ผู้รับอนุญาตจะต้องจ่ายเงินภายใน 1 เดือน นับแต่วันที่ ……………………………
4.2การจ่ายค่าตอบแทนตามข้อ 4.2 ข้างต้น ผู้รับอนุญาตจะจ่ายเงินดังกล่าวให้แก่ผู้อนุญาตภายใน 10 วันหลังจากครบกำหนด 3 เดือน นับแต่วันที่สื่อซึ่งผู้รับอนุญาตผลิตได้ออกวางจำหน่ายครั้งแรก และผู้รับอนุญาตจะจ่ายเงินค่าตอบแทนดังกล่าวให้แก่ผู้อนุญาตครั้งต่อไปทุก ๆ 3 เดือน นับแต่วันที่ได้จ่ายค่าตอบแทนจากการวางจำหน่ายสื่อครั้งแรก ผู้รับอนุญาตจะติดต่อผู้อนุญาตเพื่อมารับเงินค่าตอบแทนจากข้อ 4.2 ภายในกำหนดเวลาดังกล่าว
4.3ผู้อนุญาตมีหน้าที่ในการเสียภาษีเงินได้ โดยผู้รับอนุญาตจะหักภาษี ณ ที่จ่ายตามอัตราที่กำหนดในประมวลรัษฎากรจากเงินค่าตอบแทนที่จะจ่ายในแต่ละงวด และผู้รับอนุญาตจะออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายดังกล่าวให้แก่ผู้อนุญาตทุกครั้ง
4.4หากผู้อนุญาตเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์……………………………ตามที่ระบุในสัญญานี้ร่วมกับบุคคลอื่น ผู้อนุญาตจะเป็นผู้แบ่งจ่ายค่าตอบแทนที่ได้รับจากผู้รับอนุญาตให้แก่เจ้าของลิขสิทธิ์ร่วมทุกคน
ข้อ 5. การโอนสิทธิ
การอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์ตามสัญญานี้ ผู้รับอนุญาตจะอนุญาตช่วงให้บุคคลอื่นหรือโอนสิทธิตามสัญญานี้ให้บุคคลอื่นไม่ได้ เว้นแต่จะได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้อนุญาต
ข้อ 6. การแก้ไขดัดแปลง
ผู้รับอนุญาตรับรองว่าจะไม่แก้ไขดัดแปลงหรือเพิ่มเติม……………………………ของผู้อนุญาตตามสัญญานี้แต่อย่างใดทั้งสิ้น เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้อนุญาต
ข้อ 7. การพิมพ์ชื่อผู้อนุญาตไว้กับวัสดุสิ่งพิมพ์
ผู้รับอนุญาตจะระบุชื่อผู้อนุญาตให้ปรากฏในวัสดุสิ่งพิมพ์หรือสิ่งใดที่ผู้รับอนุญาตได้จัดทำออกเผยแพร่หรือจำหน่าย เพื่อประโยชน์ของผู้รับอนุญาต
ข้อ 8. การต่อสู้คดี
8.1ในกรณีที่มีบุคคลอื่นฟ้องร้องเกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์……………………………ภายใต้สัญญานี้ ผู้อนุญาตจะเข้าร่วมกับผู้รับอนุญาตในการต่อสู้คดี และผู้อนุญาตจะให้ความช่วยเหลือในการให้ข้อมูลหรือเอกสารอันเป็นประโยชน์ หรือเป็นพยานในการต่อสู้คดีค่าใช้จ่ายและค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจากผลของคดีละเมิดลิขสิทธิ์……………………………ภายใต้สัญญานี้ ผู้รับอนุญาตและผู้อนุญาตตกลงจะรับผิดชอบฝ่ายละครึ่งหนึ่ง
8.2ในกรณีที่มีบุคคลอื่นละเมิดลิขสิทธิ์……………………………ภายใต้สัญญานี้ ผู้อนุญาตตกลงมอบอำนาจในการร้องทุกข์ ฟ้องร้อง และดำเนินคดีให้แก่ผู้รับอนุญาตเพื่อดำเนินการแทนภายในอายุแห่งสัญญานี้
ข้อ 9. การบอกเลิกสัญญา
หากคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจงใจไม่ปฏิบัติตามสัญญาหรือเงื่อนไขแห่งสัญญาในส่วนอันเป็นสาระสำคัญ ให้คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งแจ้งให้คู่สัญญาฝ่ายที่จงใจไม่ปฏิบัติตามสัญญาหรือเงื่อนไขแห่งสัญญาดังกล่าวทราบ พร้อมทั้งแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรให้แก้ไขให้เป็นไปตามสัญญาภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง เมื่อครบกำหนดเวลา 15 วันแล้ว หากคู่สัญญาฝ่ายที่ได้รับแจ้งไม่ดำเนินการแก้ไขให้เป็นไปตามสัญญา คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งมีสิทธิบอกเลิกสัญญาหรือฟ้องร้องบังคับให้เป็นไปตามสัญญาได้
ข้อ 10. การระงับข้อพิพาท
ในกรณีที่มีข้อพิพาท ข้อขัดแย้ง หรือข้อเรียกร้องใด ๆ เกิดขึ้นจากสัญญานี้หรือเกี่ยวเนื่องกับสัญญานี้ รวมทั้งปัญหาการผิดสัญญา การเลิกสัญญา หรือความสมบูรณ์แห่งสัญญา ให้คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายดำเนินการเจรจาตกลงกันเพื่อระงับข้อพิพาทภายใน 30 วัน นับแต่วันที่คู่สัญญาฝ่ายที่กล่าวอ้างว่ามีข้อพิพาทเกิดขึ้นได้แจ้งให้คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งรับทราบเป็นลายลักษณ์อักษร หากคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายไม่อาจตกลงกันได้ภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้เสนอข้อพิพาทที่เกิดขึ้นต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เพื่อดำเนินการไกล่เกลี่ย หากมิอาจดำเนินการไกล่เกลี่ยตกลงกันได้ภายใน 60 วัน ให้มอบข้อพิพาทดังกล่าวแก่อนุญาโตตุลาการเป็นผู้ชี้ขาดตามข้อบังคับอนุญาโตตุลาการของสถาบันอนุญาโตตุลาการ กระทรวงยุติธรรม ซึ่งใช้บังคับอยู่ในขณะที่มีการเสนอข้อพิพาทเพื่อการอนุญาโตตุลาการ และให้อยู่ภายใต้การจัดการของสถาบันดังกล่าว หรือนำคดีไปสู่ศาลเพื่อวินิจฉัยชี้ขาด
ข้อ 11. สัญญาเป็นโมฆะบางส่วน
ในกรณีที่ปรากฏในภายหลังว่าข้อสัญญาส่วนใดส่วนหนึ่งของสัญญานี้เป็นโมฆะ ให้ถือว่าข้อสัญญาส่วนที่เป็นโมฆะไม่มีผลบังคับในสัญญานี้ และข้อสัญญาดังกล่าวไม่กระทบกระเทือนถึงความสมบูรณ์ของสัญญาในส่วนอื่น ๆ
สัญญานี้ทำขึ้นเป็นสองฉบับมีข้อความถูกต้องตรงกัน คู่สัญญาได้อ่านและเข้าใจข้อความในสัญญาโดยตลอดดีแล้ว จึงลงลายมือชื่อพร้อมประทับตรา (ถ้ามี) ไว้เป็นสำคัญต่อหน้าพยาน และเก็บไว้ฝ่ายละหนึ่งฉบับ

