สัญญาให้ค่าบำเหน็จ
ทำที่ ……………………………
วันที่ ……………………………
สัญญาฉบับนี้ทำขึ้นระหว่าง …………………………… อยู่ที่ …………………………… ซึ่งต่อไปในสัญญานี้เรียกว่า “ผู้ให้สัญญา” ฝ่ายหนึ่ง กับ …………………………… อยู่ที่ …………………………… ซึ่งต่อไปในสัญญานี้เรียกว่า “ผู้แทน” อีกฝ่ายหนึ่ง
ทั้งสองฝ่ายตกลงกัน มีข้อความดังต่อไปนี้
ข้อ 1.
ผู้ให้สัญญาขอแต่งตั้งให้ผู้แทนเป็นผู้รับมอบอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ให้สัญญา และผู้แทนรับจะทำหน้าที่ดังกล่าวให้กับผู้ให้สัญญา ในการที่ได้มอบหมายติดตามเรียกเอาทรัพย์ …………………………… คืนจาก …………………………… ผู้ครอบครองทรัพย์ไว้
ข้อ 2.
ผู้แทนให้สัญญาว่า ในการติดตามเรียกทรัพย์สินคืนดังกล่าว จะทำรายงานให้ผู้ให้สัญญาทราบผลของการปฏิบัติหน้าที่ทุก ๆ เดือน ว่าผลของการติดตามทรัพย์คืบหน้าไปแค่ไหนเพียงใด
ข้อ 3.
ผู้ให้สัญญาตกลงจะให้ค่าตอบแทนในการที่ผู้แทนสามารถนำเอาทรัพย์มาคืนให้กับผู้ให้สัญญาได้ เป็นจำนวนเงิน …………………………… บาท (……………………………)
ให้สัญญานี้เริ่มมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันทำสัญญานี้เป็นต้นไป
ในกรณีที่ผู้แทนจำต้องฟ้องคดีเพื่อเรียกเอาทรัพย์คืน ค่าธรรมเนียมวางศาลและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในการดำเนินคดี ผู้ให้สัญญาตกลงจะเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด
ข้อ 4.
หากปรากฏโดยผู้ให้สัญญาสืบทราบว่า ผู้แทนไม่ทำหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย และปล่อยปละละเลยให้เวลาล่วงไปโดยคาดหมายได้ว่าผู้แทนไม่สามารถทำงานนี้ได้สำเร็จแล้ว ผู้ให้สัญญามีสิทธิบอกเลิกสัญญานี้ได้ และมีสิทธิแต่งตั้งให้บุคคลอื่นมาทำงานนี้แทนต่อไปได้
ผู้แทนจะบอกเลิกการทำงานรายนี้เมื่อใดก็ได้ โดยต้องแจ้งให้ผู้ให้สัญญาทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน
สัญญานี้ได้ทำขึ้นเป็นสองฉบับ มีข้อความตรงกัน คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายได้อ่านและเข้าใจข้อความของสัญญานี้ดีโดยตลอดแล้ว จึงได้ลงลายมือชื่อไว้เป็นสำคัญต่อหน้าพยาน

