สัญญาจ้างทนายความ
ทำที่ ……………………………
วันที่ ……………………………
หนังสือสัญญาฉบับนี้ทำขึ้นระหว่าง …………………………… อยู่ที่ …………………………… ซึ่งต่อไปในสัญญานี้เรียกว่า “ผู้ว่าจ้าง” ฝ่ายหนึ่ง กับ …………………………… อยู่ที่ …………………………… ซึ่งต่อไปในสัญญานี้เรียกว่า “ผู้รับจ้าง” อีกฝ่ายหนึ่ง ซึ่งต่อไปในสัญญานี้จะเรียกว่า “ทนายความ”
คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงกันทำสัญญา มีข้อความดังจะกล่าวต่อไปนี้
ข้อ 1.
ผู้ว่าจ้างตกลงว่าจ้าง และทนายความตกลงรับจ้างเป็นทนายความ โดยให้มีอำนาจตามใบแต่งทนายความท้ายสัญญานี้ รวม …………………………… ฉบับ
ข้อ 2. ข้อตกลงของการว่าจ้าง
ให้เป็นทนาย…………………………… ตามสำนวนคดีหมายเลขดำที่ …………………………… ระหว่าง …………………………… โจทก์ กับ …………………………… จำเลย ของศาล…………………………… ในศาลชั้น……………………………
ข้อ 3.
คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงค่าจ้างกันดังต่อไปนี้ คือ
ข้อ 4.
ในวันทำสัญญานี้ ผู้ว่าจ้างได้ชำระเงินค่าจ้างให้ไว้เป็นเงิน …………………………… บาท (……………………………) ส่วนที่ยังค้างอยู่อีกจำนวนเงิน …………………………… บาท (……………………………) ตกลงจะชำระให้เป็นงวดดังต่อไปนี้
งวดแรกชำระภายในวันที่ …………………………… เป็นเงิน …………………………… บาท (……………………………)
งวดสองชำระในวันที่ …………………………… เป็นเงิน …………………………… บาท (……………………………)
ข้อ 5.
ค่าจ้างว่าความดังกล่าวข้างต้น ไม่รวมถึงค่าธรรมเนียมวางศาล ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในคดี และค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในชั้นบังคับคดี ซึ่งผู้ว่าจ้างตกลงจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเองทั้งสิ้น
ในกรณีที่ศาลส่งประเด็นไปสืบพยานยังศาลอื่น ผู้ว่าจ้างตกลงจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เช่น ค่าพาหนะเดินทาง ค่าโรงแรมที่พัก
ข้อ 6.
เงื่อนไขข้อตกลงอย่างอื่น ดังจะกล่าวต่อไปนี้
6.1ทนายความต้องส่งมอบสำเนาคำฟ้อง คำให้การ รายงานคดีของศาลในแต่ละนัดที่มีการพิจารณาคดี และคัดคำเบิกความของพยาน เพื่อให้ผู้ว่าจ้างทราบ
6.2คดีที่ผู้ว่าจ้างมอบหมาย หากทนายความจะให้ทนายในสำนักงานร่วมว่าความต้องแจ้งให้ผู้ว่าจ้างทราบ
6.3ถ้าทนายความทอดทิ้งคดีหรือปล่อยให้คดีขาดอายุความโดยประมาท ต้องคืนเงินทั้งหมดให้ผู้ว่าจ้าง
6.4ในกรณีที่มีการประนีประนอมและการรับเงินจากคู่ความหรือขอรับเงินคืนต่อศาล ต้องแจ้งให้ผู้ว่าจ้างทราบ
6.5เมื่อศาลมีคำพิพากษาไม่ว่าในศาลใดก็ตาม ต้องคัดสำเนาคำพิพากษาส่งมอบให้ผู้ว่าจ้าง และเมื่อคดีถึงที่สุดต้องดำเนินการขอรับต้นฉบับเอกสารคืนจากศาลให้ด้วย
ข้อ 7.
ผู้ว่าจ้างมีสิทธิบอกเลิกสัญญา โดยต้องแจ้งให้ทนายความทราบ และชำระค่าจ้างที่ค้างให้ตามส่วนของการทำงาน
ทนายความก็มีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้เช่นกัน โดยต้องแจ้งให้ผู้ว่าจ้างทราบล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า 60 วัน พร้อมกับคืนต้นฉบับเอกสารที่ยังไม่ได้ส่งศาลคืนให้ผู้ว่าจ้าง และยังมีสิทธิที่จะได้รับค่าจ้างส่วนที่ค้างตามส่วนของการทำงาน
สัญญานี้ได้ทำขึ้นเป็นสองฉบับ มีข้อความตรงกัน ซึ่งคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายได้อ่านและเข้าใจข้อความของสัญญานี้ดีโดยตลอดแล้ว จึงลงลายมือชื่อไว้เป็นสำคัญต่อหน้าพยาน

