สัญญาจ้างว่าความ (ธนาคารมอบหมายคดีเป็นเรื่อง)
ทำที่ ……………………………
วันที่ ……………………………
สัญญานี้ทำขึ้นระหว่าง …………………………… อยู่ที่ …………………………… ซึ่งต่อไปในสัญญานี้เรียกว่า “ธนาคาร” ฝ่ายหนึ่ง กับ …………………………… อยู่ที่ …………………………… ซึ่งต่อไปในสัญญานี้เรียกว่า “ทนาย” อีกฝ่ายหนึ่ง ทั้งสองฝ่ายตกลงกันทำสัญญากันดังต่อไปนี้
ข้อ 1.
ธนาคารตกลงมอบหมายให้ทนายเป็นผู้ดำเนินคดี และทนายตกลงรับดำเนินคดีต่าง ๆ ที่ธนาคารจะส่งมอบให้ดำเนินการตามที่ธนาคารจะได้มอบหมายในแต่ละครั้งละเรื่องต่อไป ซึ่งในการมอบหมายแต่ละครั้งจะได้มีการส่งมอบหลักฐาน และทำการรับการมอบเป็นลายลักษณ์อักษรทุกครั้งไป
ข้อ 2.
ทนายความตกลงรับค่าว่าความจากธนาคารตามเรื่องที่ได้มอบหมายจากธนาคารในอัตราดังต่อไปนี้
2.1 ในกรณีที่ทนายมีหนังสือทวงถามถึงลูกหนี้ที่ธนาคารมอบหมายให้ดำเนินการและธนาคารได้รับชำระหนี้โดยทนายไม่ต้องดำเนินคดี ธนาคารตกลงชำระค่าว่าความให้แก่ทนายตามอัตราดังนี้
2.1.1 จ่ายเป็นค่าว่าความในอัตราร้อยละ …………………………… ของเงินที่ได้รับชำระไม่เกิน …………………………… บาท แต่ไม่ต่ำกว่า …………………………… บาท
2.1.2 จ่ายเป็นค่าว่าความในอัตราร้อยละ …………………………… ของเงินที่ได้รับชำระไม่เกิน …………………………… บาท แต่ไม่ต่ำกว่า …………………………… บาท
2.1.3 จ่ายเป็นค่าว่าความในอัตราร้อยละ …………………………… ของเงินที่ได้รับชำระเกิน …………………………… บาทขึ้นไป
2.2 ในกรณีที่ทนายความต้องดำเนินคดีชั้นศาลถึงที่สุด และธนาคารเป็นฝ่ายชนะคดี หรือประนีประนอมยอมความ ธนาคารตกลงชำระค่าว่าความที่ธนาคารมอบหมายให้แก่ทนายเมื่อคดีถึงที่สุด ตามจำนวนในวันที่ศาลพิพากษาโดยไม่รวมดอกเบี้ยในอนาคต ในอัตราดังต่อไปนี้
2.2.1 จ่ายเป็นค่าว่าความร้อยละ …………………………… ของจำนวนเงินไม่เกิน …………………………… บาท แต่ไม่ต่ำกว่า …………………………… บาท
2.2.2 จ่ายเป็นค่าว่าความร้อยละ …………………………… ของจำนวนเงินเกินกว่า …………………………… บาท แต่ไม่เกิน …………………………… บาท
2.2.3 จ่ายเป็นค่าว่าความร้อยละ …………………………… ของจำนวนเงินที่เกินกว่า …………………………… บาท
ทั้งนี้ทนายมีหน้าที่ต้องดำเนินการบังคับคดีดังกล่าวต่อไปตามหน้าที่
2.3 เมื่อคดีดังกล่าวใน 2.2 ธนาคารได้รับการชำระหนี้ ธนาคารตกลงชำระค่าว่าความให้แก่ทนายเพิ่มเติมจากที่ได้รับแล้วดังกล่าวใน 2.2 เมื่อธนาคารได้รับชำระหนี้ในอัตราต่อไปนี้
2.3.1 จ่ายเป็นค่าว่าความในอัตราร้อยละ …………………………… ของเงินที่ได้รับไม่เกิน …………………………… บาท แต่ไม่เกิน …………………………… บาท
2.3.2 จ่ายเป็นค่าว่าความในอัตราร้อยละ …………………………… ของเงินที่ได้รับส่วนที่เกินกว่า …………………………… บาท แต่ไม่เกิน …………………………… บาท
2.3.3 จ่ายเป็นค่าว่าความในอัตราร้อยละ …………………………… ของเงินที่ได้รับส่วนที่เกินกว่า …………………………… บาท
ข้อ 3.
ธนาคารเป็นผู้ชำระค่าฤชากร ค่าธรรมเนียมศาล และค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ค่าที่พักและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เกี่ยวกับการดำเนินคดีแต่ละเรื่องแก่ทนายตามระเบียบหรือกฎหมายและตามความเป็นจริง ซึ่งทนายจะต้องแสดงรายการหักจ่ายให้แก่ธนาคารทราบภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ทนายได้เบิกเงินดังกล่าวจากธนาคาร
ข้อ 4.
ทนายจะต้องปฏิบัติดังนี้
4.1ทนายไม่มีอำนาจที่จะให้เวลาผัดผ่อนชำระหนี้เกิน 2 เดือนแก่ลูกหนี้ เว้นแต่ได้รับความเห็นชอบจากธนาคารเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนทุกเรื่อง
4.2การที่จะลดหนี้ ถอนฟ้องคดี ประนีประนอมยอมความ โดยที่ธนาคารมีทางเสียเปรียบ จะต้องได้รับความเห็นชอบจากธนาคารเป็นลายลักษณ์อักษรก่อน
4.3ถ้ามีการทิ้งคดี ปล่อยให้คดีขาดอายุความ หรือดำเนินการไปโดยผิดพลาด ทำให้ธนาคารได้รับความเสียหาย จะต้องคืนเงินค่าว่าความทั้งหมด และต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายแก่ธนาคารด้วย
4.4เมื่อคดีถึงที่สุด ทนายจะต้องคัดสำเนาคำพิพากษาหรือสัญญาประนีประนอมยอมความ โดยให้ศาลรับรองสำเนาถูกต้องมอบให้ธนาคารภายในกำหนด 30 วัน นับแต่วันที่คดีถึงที่สุดทุกเรื่อง
4.5ในกรณีที่ลูกหนี้วางเงินต่อศาลหรือมีการชำระหนี้ให้แก่ทนาย ทนายจะต้องขอรับเงินจากศาลโดยเร็ว หรือขอคืนค่าธรรมเนียมจากศาลในกรณีจำยอม และส่งมอบเงินแก่ธนาคารทันทีที่ได้รับจากศาล หรือได้รับชำระหนี้
4.6หนี้รายใดซึ่งทนายฟ้องร้องไปแล้ว แต่ไม่เป็นผลต่อธนาคาร โดยศาลยกฟ้อง ธนาคารจะไม่ยอมจ่ายค่าว่าความแก่ทนายสำหรับเรื่องนั้น
4.7ทนายต้องส่งสำเนาคำฟ้องและคำให้การ และรายงานคดีให้ธนาคารทราบแต่ละเรื่องอย่างน้อยทุก ๆ 2 เดือน ว่าได้ดำเนินการไปอย่างไร ผลเป็นอย่างไร และจะต้องจัดการอย่างไรต่อไป หากทนายละเว้นไม่รายงานให้ทราบตามกำหนด ธนาคารจะหักเงินค่าว่าความที่ทนายจะได้รับในเรื่องนั้นครั้งละ …………………………… บาท (……………………………) ทุกครั้งที่ไม่รายงานตามกำหนด ทั้งนี้เพื่อให้ธนาคารได้มีโอกาสรู้ผลงาน และเตรียมงานที่จะเสนอหลักฐานเป็นพยานศาลต่อไป
4.8ทนายจะต้องไม่นำคดีที่ได้รับมอบหมายตามสัญญานี้ให้บุคคลอื่นจัดการก่อนได้รับอนุญาตจากธนาคารเป็นลายลักษณ์อักษร
4.9ธนาคารมีสิทธิบอกเลิกสัญญานี้ หรือบอกเลิกเรื่องที่มอบหมายเมื่อไรก็ได้ตามที่ธนาคารเห็นสมควร
4.10เมื่อเสร็จคดีเรื่องใด ให้ทนายจัดการคืนสำนวนดังกล่าวพร้อมทั้งเอกสารที่ดำเนินคดีทั้งหมดคืนแก่ธนาคาร แล้วจึงจะขอรับค่าว่าความครั้งสุดท้ายได้
ข้อ 5.
ทนายความมีสิทธิบอกเลิกสัญญานี้เมื่อไรก็ได้ แต่ทนายมีหน้าที่รับผิดชอบและดำเนินคดีที่ได้รับมอบหมายจากธนาคารที่ได้ดำเนินไปแล้วนั้นให้แล้วเสร็จ
สัญญานี้ทำขึ้นสองฉบับ มีข้อความตรงกัน คู่สัญญาได้อ่านและเข้าใจข้อความตามสัญญานี้แล้ว จึงได้ลงลายมือชื่อต่อหน้าพยานไว้เป็นสำคัญ

