หนังสือสัญญาจ้างแรงงาน
ทำที่ ……………………………
วันที่ ……………………………
หนังสือสัญญาฉบับนี้ทำขึ้นระหว่าง …………………………… อยู่ที่ …………………………… ซึ่งต่อไปในสัญญานี้เรียกว่า “นายจ้าง” ฝ่ายหนึ่ง กับ …………………………… อยู่ที่ …………………………… ซึ่งต่อไปในสัญญานี้เรียกว่า “ลูกจ้าง” อีกฝ่ายหนึ่ง ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงทำสัญญานี้ไว้ต่อกัน ดังมีข้อความต่อไปนี้ คือ
ข้อ 1.
นายจ้างตกลงว่าจ้างและลูกจ้างตกลงรับจ้างทำงานในตำแหน่ง …………………………… ณ สถานที่ทำการของนายจ้างในประเทศ …………………………… มีกำหนดเวลา …………………………… เดือน โดยลูกจ้างจะเข้าทำงานตั้งแต่วันที่ …………………………… จนถึงวันที่ …………………………… และนายจ้างขอสงวนสิทธิ์ที่จะย้ายลูกจ้างไปทำงานในตำแหน่งอื่นหรือในแผนกใด ๆ ของนายจ้างได้ตามที่เห็นสมควร
ข้อ 2.
นายจ้างตกลงว่า ให้ลูกจ้างทดลองปฏิบัติงานในระยะเวลา 3 เดือนนับแต่วันที่ลูกจ้างเข้าทำงาน และนายจ้างมีสิทธิเลิกจ้างได้ในระหว่างระยะเวลาการทดลองปฏิบัติงานนี้ เมื่อนายจ้างได้พิจารณาเห็นว่าลูกจ้างไม่พยายามปฏิบัติตามข้อตกลงในหนังสือสัญญาฉบับนี้ หรือละเมิดต่อข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน โดยลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าจ้างเฉพาะงวดรายเดือนที่จ่ายแล้วเท่านั้น แต่ลูกจ้างไม่มีสิทธิที่จะเรียกร้องค่าจ้างส่วนที่เหลือตามสัญญานี้และเงินค่าชดเชยหรือค่าตอบแทนใด ๆ เนื่องจากเลิกจ้างแต่อย่างใด เมื่อลูกจ้างทำงานครบกำหนดระยะเวลาทดลองปฏิบัติงานดังกล่าวข้างต้นแล้ว และนายจ้างประสงค์จะจ้างลูกจ้างนั้นต่อไปจนครบกำหนดตามสัญญานี้ ให้นายจ้างแจ้งให้ลูกจ้างทราบเป็นลายลักษณ์อักษร
ข้อ 3.
นายจ้างตกลงจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างรวมเป็นเงินทั้งสิ้น …………………………… บาท (……………………………) โดยแบ่งจ่ายเป็นงวดรายเดือน ๆ ละ …………………………… บาท (……………………………) รวมทั้งสิ้น …………………………… งวด โดยนายจ้างจะหักภาษีเงินได้ไว้ทุกคราวที่จ่ายค่าจ้าง และค่าจ้างที่ลูกจ้างได้รับหลังจากหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้แล้วนั้น ให้ถือว่าเป็นจำนวนค่าจ้างเต็มที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับตามสัญญานี้
ข้อ 4.
นายจ้างตกลงว่า ถ้างานที่ทำสำเร็จบริบูรณ์เป็นไปตามสัญญาระหว่างนายจ้างและผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างนั้นได้รับมอบงานจากนายจ้างเรียบร้อยแล้ว ก่อนระยะเวลาที่กำหนดตามข้อ 1 นายจ้างยินดีที่จะจ่ายค่าจ้างที่เหลือทั้งหมดให้แก่ลูกจ้างทันที โดยลูกจ้างมิต้องทำงานต่อไปจนครบกำหนดสัญญา และลูกจ้างตกลงว่า ถ้างานที่ทำสำเร็จสมบูรณ์ล่าช้ากว่าระยะเวลาที่กำหนดตามข้อ 1 ลูกจ้างยินดีทำงานต่อไปจนถึงวันที่งานทำสำเร็จบริบูรณ์เป็นไปตามสัญญาระหว่างนายจ้างและผู้ว่าจ้างทุกประการ โดยลูกจ้างจะไม่เรียกร้องค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด หรือค่าตอบแทนใด ๆ จากนายจ้างแต่อย่างใด
ข้อ 5.
นายจ้างตกลงจ่ายค่าจ้างแต่ละงวดตามข้อ 3 ให้แก่ลูกจ้างตามอัตราดังต่อไปนี้ คือ
5.1ร้อยละ …………………………… ของยอดเงินแต่ละงวดหลังจากหักภาษี ณ ที่จ่าย จะจ่ายให้แก่ลูกจ้างโดยตรง ณ สถานที่ทำงานของลูกจ้าง ในวันทำงานสุดท้ายของเดือน
5.2ร้อยละ …………………………… ของยอดเงินแต่ละงวดหลังจากหักภาษี ณ ที่จ่าย จะจ่ายให้แก่ตัวแทนของลูกจ้างในประเทศไทย ณ สถานที่ทำการของนายจ้างในวันทำงานสุดท้ายของเดือน
5.3ร้อยละ …………………………… ของยอดเงินแต่ละงวดหลังจากหักภาษี ณ ที่จ่าย นายจ้างจะหักไว้เป็นเงินสะสมของลูกจ้าง และจะจ่ายให้แก่ลูกจ้างเมื่อลูกจ้างเดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทยเรียบร้อย โดยลูกจ้างไม่มีสิทธิที่จะเรียกร้องดอกเบี้ยในเงินสะสมดังกล่าวแต่อย่างใด
ข้อ 6.
นอกเหนือจากค่าจ้างที่กำหนดไว้ในข้อ 3 ดังกล่าวข้างต้นแล้ว นายจ้างตกลงกำหนดโบนัสไว้เป็นจำนวนรวมทั้งสิ้น …………………………… บาท (……………………………) เพื่อแบ่งเฉลี่ยจ่ายให้แก่ลูกจ้างทุกคนที่เดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทยหลังจากทำงานสำเร็จบริบูรณ์เป็นไปตามสัญญานี้แล้ว สำหรับจำนวนเงินโบนัสที่ลูกจ้างแต่ละคนมีสิทธิได้รับจากยอดเงินจำนวนดังกล่าว นายจ้างจะเป็นผู้พิจารณากำหนดตามความเหมาะสมและตามเห็นชอบของหัวหน้างาน
ข้อ 7.
นอกเหนือจากค่าจ้างและเงินโบนัสที่กำหนดในข้อ 3 และ 6 ดังกล่าวข้างต้นแล้ว นายจ้างจะจัดสวัสดิการในด้านต่าง ๆ เช่น การเอาประกันชีวิตสำหรับการเดินทางและระหว่างการทำงานไว้กับบริษัทประกันภัย โดยให้ลูกจ้างเป็นผู้รับประโยชน์จากสัญญาประกันการจ่ายค่ารักษาพยาบาล โดยยึดถืออำนาจการคุ้มครองของประกันชีวิต การจัดที่พักอาศัยและอาหารสำหรับลูกจ้าง การจัดพาหนะรับส่งระหว่างเวลาทำงาน การจ่ายเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนต่อสำนักงานกองทุนเงินทดแทนตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อเป็นทุนให้มีการจ่ายเงินทดแทนแก่ลูกจ้างแทนนายจ้าง ตลอดจนการจัดทำเอกสารเกี่ยวกับการเดินทาง รวมทั้งการจัดสวัสดิการอื่น ๆ ตามที่นายจ้างเห็นสมควร โดยนายจ้างจะประกาศให้ลูกจ้างทราบเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นคราว ๆ ไป
ข้อ 8.
ในกรณีที่งานที่ทำต้องหยุดชะงักชั่วคราวก็ดี หรือไม่สามารถทำต่อไปได้เพราะเหตุสุดวิสัยก็ดี หรือเกิดภาวะสงครามหรือความไม่สงบขึ้นในประเทศ …………………………… ก็ดี ซึ่งมิใช่เป็นความผิดของนายจ้าง นายจ้างไม่ต้องรับผิดในการจ่ายค่าจ้างสำหรับช่วงระยะเวลาที่ต้องหยุดงานไปเพราะเหตุดังกล่าว แต่นายจ้างจะต้องจัดสวัสดิการทางด้านที่พักอาศัยและอาหาร การรักษาพยาบาล และสวัสดิการอื่น ๆ ที่จำเป็นให้ลูกจ้าง สำหรับช่วงระยะเวลาที่ต้องหยุดงานไปเพราะเหตุดังกล่าว
ข้อ 9.
ลูกจ้างสัญญาว่าจะเชื่อฟังและปฏิบัติตามคำสั่งของหัวหน้างานหรือผู้จัดการ และจะปฏิบัติตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานอันชอบด้วยกฎหมายของนายจ้าง ทั้งที่ได้บัญญัติไว้แล้วในขณะนี้หรือจะได้บัญญัติขึ้นต่อไปในภายหน้าด้วย และนายจ้างและลูกจ้างตกลงให้ถือข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของสัญญานี้ หากมีบทบัญญัติใด ๆ ขัดหรือแย้งกับหนังสือสัญญาฉบับนี้ ให้นำเอาบทบัญญัติของสัญญานี้มาใช้บังคับ
ข้อ 10.
ลูกจ้างจะต้องปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวังเท่าที่จำเป็น เพื่อป้องกันความเสียหายอันอาจจะพึงมีขึ้น และจะต้องใช้ความระมัดระวังเพื่อความปลอดภัยต่อร่างกายและทรัพย์สินของบุคคลอื่น โดยลูกจ้างจะต้องรับผิดในผลแห่งละเมิดที่ได้กระทำต่อนายจ้างหรือบุคคลอื่นใด
ข้อ 11.
ลูกจ้างจะต้องปฏิบัติและรับผิดชอบตามกฎหมายว่าด้วยภาษีอากร กฎหมายแรงงาน และกฎหมายอื่น ๆ ทั้งของประเทศไทยและประเทศ …………………………… และลูกจ้างสัญญาว่าจะไม่กระทำการใด ๆ อันเป็นการเปิดเผยความลับหรือสิ่งปกปิดใด ๆ ของนายจ้างโดยเด็ดขาด ซึ่งลูกจ้างได้รับทราบเนื่องจากปฏิบัติงานหรือได้ค้นพบในระหว่างระยะเวลาการจ้าง เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจากนายจ้างเป็นลายลักษณ์อักษร
ข้อ 12.
เมื่อสัญญานี้สิ้นสุดลงไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม ลูกจ้างจะต้องส่งคืนซึ่งยานพาหนะ เครื่องมือ อุปกรณ์ แบบพิมพ์ คู่มือ บันทึก รายงาน วัสดุอื่น ๆ อันเกี่ยวกับการดำเนินกิจการของนายจ้างและที่อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของลูกจ้างให้แก่นายจ้างโดยพลัน
ข้อ 13.
คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายยินยอมให้คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดใช้สิทธิใด ๆ ที่จะพึงมีตามสัญญานี้ เพื่อระงับข้อพิพาทโดยสำนักงานแรงงานไทยในประเทศ …………………………… ซึ่งเกี่ยวพันกับสิทธิของคู่สัญญาฝ่ายนั้น หรือระงับข้อพิพาทเกี่ยวพันกับงานที่ทำภายใต้สัญญานี้ ในกรณีที่ไม่มีสำนักงานแรงงานไทยในประเทศนั้น ให้ระงับข้อพิพาทดังกล่าวโดยสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยแล้วแต่กรณี
ข้อ 14.
เว้นแต่ข้อความในสัญญานี้จะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น หากคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่ปฏิบัติตามหนังสือสัญญาฉบับนี้ หรือปฏิบัติผิดสัญญาข้อหนึ่งข้อใดแห่งสัญญานี้ก็ดี คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ทันที ทั้งนี้ต้องบอกกล่าวให้คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน
หนังสือสัญญานี้ทำขึ้นเป็นสามฉบับ ซึ่งต่างมีข้อความถูกต้องตรงกันทุกประการ สำหรับเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่กรมแรงงานหนึ่งฉบับ นายจ้างและลูกจ้างถือไว้ฝ่ายละฉบับ คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายได้อ่านและเข้าใจข้อความแห่งสัญญานี้โดยตลอดแล้ว จึงได้ลงลายมือชื่อไว้เป็นสำคัญต่อหน้าพยาน

