สัญญาจ้างและกำหนดสภาพการจ้าง
ทำที่ ……………………………
วันที่ ……………………………
สัญญาฉบับนี้ทำขึ้นระหว่าง …………………………… อยู่ที่ …………………………… ซึ่งต่อไปในสัญญานี้เรียกว่า “นายจ้าง” ฝ่ายหนึ่ง กับ …………………………… อยู่ที่ …………………………… สัญชาติ …………………………… บัตรประจำตัวประชาชนออกให้เมื่อ …………………………… สิ้นสุดเมื่อวันที่ …………………………… ณ เขต …………………………… มีคุณวุฒิ …………………………… ดังรายละเอียดตามใบสมัครงานพร้อมเอกสาร เคยทำงานครั้งสุดท้ายที่ …………………………… มีใบรับรองการทำงานของนายจ้าง …………………………… ซึ่งต่อไปในสัญญานี้เรียกว่า “ลูกจ้าง” อีกฝ่ายหนึ่ง
คู่สัญญาทั้งสองตกลงกันดังต่อไปนี้
ข้อ 1.
นายจ้างตกลงว่าจ้างให้ลูกจ้างทำงานใน……………………………ของนายจ้าง ซึ่งมีวัตถุประสงค์ …………………………… โดยให้ทำงานในตำแหน่ง …………………………… ฝ่าย …………………………… เพื่อทำหน้าที่ ……………………………
โดยทดลองทำงานมีกำหนดสามเดือน เมื่อการทำงานเป็นที่พอใจของนายจ้างก็จะรับสมัครเข้าทำงานในตำแหน่งประจำมีกำหนดเวลา …………………………… ปี หรืออาจเปลี่ยนแปลงตำแหน่งตามความเหมาะสมได้
ในวันทำสัญญานี้ ลูกจ้างได้ทราบระเบียบกฎข้อบังคับการทำงานของ…………………………… นายจ้าง เป็นที่เข้าใจดีแล้ว
ให้ลูกจ้างเริ่มทำงานตั้งแต่วันที่ ……………………………
ข้อ 2.
นายจ้างตกลงให้ค่าจ้าง และลูกจ้างตกลงรับค่าจ้างดังนี้
ในระหว่างทดลองงาน จะจ่ายเงินเดือนให้ลูกจ้างในอัตราเดือนละ …………………………… บาท (……………………………) กำหนดวันจ่ายในวันที่ 15 ของเดือน และวันสุดท้ายของเดือน
เมื่อนายจ้างรับลูกจ้างเข้าทำงานในตำแหน่งที่ว่าจ้างเป็นลูกจ้างประจำก็จะจ่ายค่าจ้างให้เดือนละ …………………………… บาท (……………………………) ดังที่กำหนดเวลาการจ่ายดังกล่าว
ข้อ 3.
ลูกจ้างให้สัญญาแก่นายจ้างว่า งานในตำแหน่งหน้าที่ซึ่งรับจ้างตามสัญญานี้ ลูกจ้างมีความรู้ความสามารถ และตกลงว่าจะปฏิบัติหน้าที่จากการทำงาน มิให้นายจ้างได้รับความเสียหาย อันเกิดจากความบกพร่อง และละเลยทอดทิ้งงานหรือทำให้นายจ้างเสื่อมเสียชื่อเสียงเกียรติคุณ
ลูกจ้างตกลงจะปฏิบัติงานต่าง ๆ ตามที่นายจ้างมอบหมายให้สำเร็จลุล่วงด้วยดี
ลูกจ้างให้สัญญาว่าจะไม่นำความลับที่ล่วงรู้ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมไปเปิดเผยให้กับบุคคลภายนอก
ข้อ 4.
นายจ้างตกลงจะให้สวัสดิการและคุ้มครองแก่ลูกจ้างดังนี้
ค่ารักษาพยาบาลเจ็บป่วยอันเนื่องจากการทำงานให้นายจ้าง ซึ่งรวมทั้งคู่สมรสและบุตร …………………………… คน
ให้สวัสดิการประกันสังคม ให้สวัสดิการด้านประกันชีวิตในวงเงิน …………………………… บาท (……………………………)
จะจัดให้มีการนำเงินทุนสำรองเลี้ยงชีพ ต่อสถาบันการเงิน โดยการหักเงินเดือนตามความสมัครใจของลูกจ้าง
ข้อ 5.
งานที่นายจ้างมอบหมายให้อยู่ในความรับผิดชอบของลูกจ้าง ดังต่อไปนี้
……………………………
ลูกจ้างจะต้องมาปฏิบัติการทำงานให้นายจ้างตามเวลาทำงานตั้งแต่เวลา …………………………… น. จนถึงเวลาเลิกงาน …………………………… น. เป็นประจำทุกวัน ยกเว้นวัน …………………………… หรือวันหยุดตามที่นายจ้างได้ประกาศ ซึ่งลูกจ้างได้อ่านและทราบดีแล้ว
ข้อ 6.
นอกเหนือจากค่าจ้างดังกล่าวข้างต้น นายจ้างจะจ่ายเงินให้กับลูกจ้างเพิ่มอีกดังนี้
เงินโบนัสประจำปี นายจ้างจะจ่ายให้ลูกจ้างในกรณีที่นายจ้างมีกำไร แต่ทั้งนี้จะต้องได้รับความเห็นชอบจาก ……………………………
เงินรางวัล จะจ่ายให้ลูกจ้างที่มีความขยันในการทำงานเท่านั้น แต่ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลพินิจของนายจ้าง
ข้อ 7.
ลูกจ้างจะต้องหาผู้ค้ำประกันมารับรองความประพฤติและรับผิดชอบร่วมกับลูกจ้าง ในกรณีที่ลูกจ้างทำความเสียหายให้กับนายจ้างภายในวงเงิน …………………………… บาท (……………………………) โดยนำหลักทรัพย์มาให้นายจ้างยึดถือไว้เป็นประกัน และนายจ้างจะคืนให้เมื่อไม่มีความเสียหายเกิดขึ้นเมื่อลูกจ้างออกจากงาน ผู้ที่มาค้ำประกันจะต้องเป็นบุคคลที่นายจ้างยอมรับได้เท่านั้น
การค้ำประกันมีอายุนับแต่วันที่ลูกจ้างปฏิบัติหน้าที่การทำงาน และสิ้นสุดเมื่อครบกำหนดตามสัญญานี้
ข้อ 8. กรณีที่ลูกจ้างฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับการทำงาน
ในกรณีที่ลูกจ้างไม่ปฏิบัติตามระเบียบกฎข้อบังคับการทำงานที่ได้ตกลงไว้กับนายจ้างจะใช้สิทธิดังต่อไปนี้
(1) มีหนังสือแจ้งเตือน และเรียกมาว่ากล่าวตักเตือน และให้ลูกจ้างลงลายมือชื่อรับทราบ
(2) มีหนังสือแจ้งเตือนครั้งที่สองในกรณีกระทำซ้ำหลังจากที่เตือนแล้ว หรือกระทำความผิดอย่างอื่น
(3) มีหนังสือแจ้งเลิกจ้าง โดยจะไม่จ่ายเงินค่าบอกล่วงหน้าก่อนเลิกจ้างและค่าทดแทน ในกรณีกระทำความผิดตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47 การเลิกจ้างนายจ้างจะไม่ใช้สิทธิเลิกจ้างกับลูกจ้างโดยไม่เป็นธรรม นายจ้างจะใช้สิทธิเลิกจ้างในกรณีที่สัญญาจ้างสิ้นสุดโดยทำเป็นหนังสือบอกกล่าวล่วงหน้าหนึ่งเดือน นายจ้างจะใช้สิทธิเลิกจ้างเมื่อลูกจ้างประพฤติผิดวินัย ผิดกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47
ในกรณีลูกจ้างจะบอกเลิกการทำงานเป็นลูกจ้างไม่ว่าลูกจ้างนั้นจะเป็นลูกจ้างที่มีกำหนดเวลา หรือลูกจ้างประจำ ลูกจ้างจะต้องทำหนังสือแจ้งให้นายจ้างทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าหนึ่งเดือน อีกทั้งจะต้องสะสางงานที่ค้างอันอยู่ในความรับผิดชอบของลูกจ้าง ส่งมอบให้นายจ้างโดยการทำรายงานโดยละเอียด
สัญญานี้ได้ทำขึ้นเป็นสองฉบับมีข้อความตรงกัน ซึ่งคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายได้อ่านและเข้าใจข้อความของสัญญานี้ดีโดยตลอดแล้ว จึงลงลายมือชื่อไว้เป็นสำคัญต่อหน้าพยาน

