สัญญาจ้างเหมาติดตั้งระบบไฟฟ้า
ทำที่ ……………………………
วันที่ ……………………………
สัญญาฉบับนี้ทำขึ้นระหว่าง …………………………… อยู่ที่ …………………………… ซึ่งต่อไปในสัญญานี้เรียกว่า “ผู้ว่าจ้าง” ฝ่ายหนึ่ง กับ …………………………… อยู่ที่ …………………………… ซึ่งต่อไปในสัญญานี้เรียกว่า “ผู้รับจ้าง” อีกฝ่ายหนึ่ง
คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงทำสัญญากันดังมีข้อความต่อไปนี้
ข้อ 1.
ผู้ว่าจ้างตกลงว่าจ้างและผู้รับจ้างตกลงรับจ้างติดตั้งระบบไฟฟ้าและสัญญาณสำหรับโครงการ …………………………… เป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น …………………………… บาท (……………………………) อันถือว่าเป็นราคาเหมารวม
ข้อ 2.
ผู้ว่าจ้างตกลงสามารถทำการตรวจสอบงานที่ผู้รับจ้างได้ทำการรับเหมาตามสัญญาฉบับนี้ได้ โดยผู้ว่าจ้างจะดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการเข้าทำการตรวจสอบ และหากปรากฏข้อบกพร่องอย่างใด ๆ แล้ว เมื่อผู้ว่าจ้างดำเนินการแจ้งเหตุดังกล่าวให้แก่ผู้รับจ้างทราบ ผู้รับจ้างต้องทำการแก้ไขภายในกำหนด …………………………… วัน นับแต่วันที่ได้รับทราบหรือควรรับทราบถึงการแจ้งเช่นว่ามานั้น
ข้อ 3.
ผู้ว่าจ้างยินยอมให้ผู้รับจ้างใช้สถานที่ในหน่วยงานก่อสร้างสำหรับเก็บวัสดุและอุปกรณ์ และเป็นที่พักของคนงาน
ข้อ 4.
ผู้ว่าจ้างจะทำการชำระเงินค่าสินจ้างให้ผู้รับจ้างดังต่อไปนี้
4.1ชำระเงินล่วงหน้าจำนวนร้อยละ …………………………… ของมูลค่าตามสัญญานี้ ภายใน …………………………… วัน หลังจากลงนามสัญญา โดยผู้รับจ้างต้องนำหนังสือค้ำประกันของธนาคารมาประกอบในมูลค่าเท่ากัน
4.2ผู้ว่าจ้างจะทำการชำระสินจ้างให้ผู้รับจ้างตามสัญญาฉบับนี้ทุก ๆ เดือน โดยผู้รับจ้างเรียกเก็บตามผลงานในแต่ละงวดงาน ภายหลังที่ทำการตรวจสอบแล้วไม่เกิน …………………………… วัน และผู้รับจ้างยินยอมให้ผู้ว่าจ้างหักเงินค่าประกันความเสียหายทุกงวด งวดละร้อยละ …………………………… ของมูลค่าเงินงวดนั้น ๆ โดยผู้ว่าจ้างจะคืนเงินค่าประกันผลงานให้แก่ผู้รับจ้างภายใน …………………………… วัน นับแต่สิ้นงวดงานนั้น ๆ แล้ว
ข้อ 5.
ผู้รับจ้างจะทำการติดตั้งระบบไฟฟ้าและสัญญาณ และทำการส่งมอบงานให้แก่ผู้ว่าจ้าง ณ หน่วยงานที่ก่อสร้างภายใน …………………………… วัน นับแต่วันที่ทำสัญญาฉบับนี้เป็นต้นไป
ข้อ 6.
การรับผิดชอบในการปฏิบัติงาน หากมีเหตุบกพร่องชำรุดเสียหายเกิดขึ้นเนื่องจากผู้รับจ้างโดยติดตั้งไม่ตรงตามแบบหรือตามที่ผู้ควบคุมงานกำหนด ผู้รับจ้างจะเป็นผู้รับผิดชอบและทำการแก้ไขให้ถูกต้องตามความเห็นของผู้ว่าจ้าง หากผู้รับจ้างบิดพลิ้วไม่ทำการแก้ไขสิ่งบกพร่องดังกล่าวภายใน …………………………… วัน นับแต่ที่ได้รับการแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ว่าจ้าง ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะทำการแก้ไขซ่อมแซมส่วนนั้น
ข้อ 7.
การรับผิดชอบทั่วไป ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบต่ออุบัติเหตุ ภยันตราย หรือความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างเอง และต้องรับผิดชอบในเหตุเสียหายอันเกิดแก่ชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สินของผู้ว่าจ้าง พนักงานของผู้ว่าจ้าง หรือบุคคลอื่น เนื่องจากการกระทำของคนงาน ช่าง บริวาร หรือผู้ที่อยู่อาศัยใต้บังคับบัญชาของผู้รับจ้างที่ได้ปฏิบัติงานตามสัญญานี้
ข้อ 8.
การแก้ไขหรือทำการเปลี่ยนแปลงสัญญาบางส่วนหรือทั้งหมดในตอนหนึ่งตอนใดนั้น ให้คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายลงนามกำกับในส่วนที่มีการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลง จึงถือว่าการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงนั้นมีผลผูกพันคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย
ข้อ 9.
ในกรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญา ผู้ว่าจ้างขอสงวนสิทธิในการเลิกสัญญา และถ้ามีความเสียหายเกิดขึ้น ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจริงให้แก่ผู้ว่าจ้าง และความเสียหายนั้นต้องเป็นผลอันเนื่องจากการปฏิบัติผิดสัญญา
ในกรณีที่ผู้ว่าจ้างปฏิบัติผิดสัญญาโดยไม่ชำระเงินให้ครบตามกำหนดเวลาเป็นจำนวน …………………………… ครั้งขึ้นไปแล้ว ผู้ว่าจ้างยินยอมที่จะให้ผู้รับจ้างทำการคิดดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่ทำการส่งมอบงานถึงพื้นที่ทำงานจนถึงวันที่ผู้รับจ้างได้รับการชำระเงินเรียบร้อยแล้ว และหากผู้ว่าจ้างไม่ปฏิบัติตามสัญญา ผู้รับจ้างมีสิทธิบอกเลิกสัญญาและเรียกค่าเสียหายได้
ข้อ 10.
ในกรณีที่มีการบอกเลิกสัญญา ไม่ว่าเพราะมีเหตุจากการปฏิบัติผิดสัญญาหรือคู่สัญญาประสงค์เลิกสัญญาเอง ให้ทำการบอกกล่าวล่วงหน้าไม่น้อยกว่า …………………………… วัน
ข้อ 11.
ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัยเกิดขึ้นแก่คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ทำให้ไม่สามารถปฏิบัติงานได้ทั้งหมดหรือบางส่วน ให้คู่สัญญาเป็นอันหลุดพ้นจากข้อผูกพันเฉพาะส่วนที่ยังมิได้ปฏิบัติตามสัญญา เหตุสุดวิสัยตามที่กล่าวมานี้ เช่น ภัยธรรมชาติ สงคราม เป็นต้น
ข้อ 12.
การเก็บความลับ ให้ถือสัญญานี้ รวมทั้งแบบแปลน แผนผัง ข้อกำหนดเฉพาะ และข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับธุรกิจของผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้าง เป็นความลับทั้งสองฝ่าย
สัญญานี้ทำขึ้นเป็นสองฉบับ มีข้อความถูกต้องตรงกัน คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายได้อ่านและเข้าใจข้อความในสัญญานี้ดีแล้ว จึงลงลายมือชื่อพร้อมทั้งประทับตรา (ถ้ามี) ไว้ต่อหน้าพยานเป็นสำคัญ และเก็บสัญญาไว้ฝ่ายละฉบับ

