สัญญาจ้างก่อสร้างบ้านพร้อมสิ่งปลูกสร้าง
ทำที่ ……………………………
วันที่ ……………………………
สัญญาฉบับนี้ทำขึ้นระหว่าง …………………………… อยู่ที่ …………………………… ซึ่งต่อไปในสัญญานี้เรียกว่า “ผู้ว่าจ้าง” ฝ่ายหนึ่ง กับ …………………………… อยู่ที่ …………………………… ซึ่งต่อไปในสัญญานี้เรียกว่า “ผู้รับจ้าง” อีกฝ่ายหนึ่ง
คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงทำสัญญากันดังมีข้อความต่อไปนี้
ข้อ 1.
ผู้ว่าจ้างตกลงว่าจ้างและผู้รับจ้างตกลงรับจ้างก่อสร้างบ้านและสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น บนที่ดินโฉนดเลขที่ …………………………… ในโครงการ …………………………… ให้แล้วเสร็จภายใน …………………………… วัน คือในวันที่ …………………………… ทั้งนี้ ต้องทำการก่อสร้างตามรูปแบบรายละเอียดของแบบ และรายละเอียดกำหนดการดำเนินงานที่แนบท้ายสัญญาโดยถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญานี้
ข้อ 2.
การก่อสร้างและสิ่งปลูกสร้างต้องยึดหลัก Contract Drawing และ Shop Drawing เป็นหลัก
ข้อ 3.
คู่สัญญาตกลงราคาค่าจ้างเหมาก่อสร้างรวมเป็นเงินทั้งสิ้น …………………………… บาท (……………………………) ทั้งนี้ ราคาดังกล่าวได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว แต่ไม่รวมค่าธรรมเนียมในการขออนุญาตทุกชนิด
ข้อ 4.
ผู้รับจ้างเป็นผู้ทำการจัดหาเครื่องมือเครื่องใช้ต่าง ๆ ที่ต้องการในการก่อสร้าง
ข้อ 5.
ผู้รับจ้างตกลงเป็นผู้จัดหาวัสดุสิ่งของที่ใช้ในการก่อสร้างตามรายการวัสดุแนบท้ายสัญญานี้ อีกทั้งเป็นผู้รับภาระในค่าไฟฟ้า และค่าน้ำประปาที่ต้องใช้ในการก่อสร้างและที่ได้ถูกใช้ไปโดยลูกจ้างของผู้รับจ้าง
ข้อ 6.
ผู้ว่าจ้างอาจจะทำการแก้ไขเปลี่ยนแปลง เพิ่มหรือตัดถอนรายการวัสดุหรือจัดหาวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ โดยทั้งนี้ต้องทำเป็นหนังสือเสนอต่อผู้รับจ้างภายในเวลา …………………………… วัน นับแต่วันทำสัญญานี้ ทั้งนี้ไม่รวมกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เมื่อผู้รับจ้างได้ทำการจัดหาวัสดุและอุปกรณ์ที่มีคุณภาพทัดเทียมกันมาแทน
ข้อ 7.
ผู้ว่าจ้างตกลงชำระค่าจ้างเหมารวมค่าวัสดุสิ่งของและอุปกรณ์ต่าง ๆ ตามเงื่อนไขดังนี้
7.1ค่าจ้างชำระล่วงหน้าต้องชำระภายใน …………………………… วัน นับแต่วันที่มีการทำสัญญานี้ ในอัตราร้อยละ …………………………… ของค่าจ้างเหมา และค่าวัสดุอุปกรณ์ สิ่งของเป็นเงินจำนวน …………………………… บาท (……………………………) เพื่อประกันการปฏิบัติตามสัญญา
7.2ค่าจ้างอีกร้อยละ …………………………… จะทำการชำระเป็นรายเดือนคำนวณตามผลงานที่แล้วเสร็จตามรายละเอียดเงื่อนไขการชำระเงินการก่อสร้างบ้านตามสัญญาฉบับนี้ ผู้ว่าจ้างต้องชำระค่าจ้างรายเดือนภายในวันที่ …………………………… ของทุกเดือน โดยทำการหักเงินประกันไว้ร้อยละ …………………………… ของจำนวนค่าจ้างที่เรียกเก็บรายเดือนเงินประกันที่หักไว้ในวรรคก่อน ผู้ว่าจ้างต้องชำระคืนแก่ผู้รับจ้างภายใน …………………………… วัน นับแต่มีการตรวจรับงานเรียบร้อย
ข้อ 8.
ในกรณีที่ผู้ว่าจ้างประสงค์ทำการแก้ไข เปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมรูปแบบหรือรายละเอียดของบ้านหรือสิ่งปลูกสร้าง ผู้ว่าจ้างต้องแจ้งให้ผู้รับจ้างทราบล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรไม่น้อยกว่า …………………………… วัน โดยผู้ว่าจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าจ้างที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ผู้รับจ้างขอสงวนสิทธิ์ที่จะยอมรับหรือไม่ยอมรับการแก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมนั้น
ข้อ 9.
ผู้ว่าจ้างอาจเข้าตรวจตราการก่อสร้างได้เป็นครั้งคราวตามสมควร แต่ต้องไม่เป็นการรบกวนหรือขัดขวางการทำงานของผู้รับจ้าง
ข้อ 10.
ผู้ว่าจ้างต้องทำการตรวจรับงานภายใน …………………………… วัน นับแต่วันที่ได้รับการแจ้งจากผู้รับจ้าง หากไม่ดำเนินการดังกล่าวภายในกำหนดเวลานี้ถือว่าผู้ว่าจ้างยอมรับเอางานดังกล่าวแล้วโดยปริยาย
ข้อ 11.
ผู้รับจ้างขอสงวนสิทธิ์ที่จะนำเอางานบางส่วนตามสัญญานี้ไปให้ผู้อื่นดำเนินการ ทั้งนี้ ผู้รับจ้างจะเป็นผู้รับผิดชอบเสมือนหนึ่งว่าเป็นผู้ดำเนินการเองโดยตรง
ข้อ 12.
ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบในอุบัติภัยต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นโดยตรงหรือเป็นผลจากการก่อสร้างบ้านตามสัญญานี้ พร้อมชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้รับบาปเคราะห์ดังกล่าวด้วย
ผู้รับจ้างดำเนินการดูแลควบคุมสุขลักษณะและสภาพแวดล้อมทั้งในบริเวณก่อสร้างและรอบ ๆ บริเวณดังกล่าวให้สะอาดอยู่เสมอ
ในกรณีที่งานดังกล่าวนี้ต้องหยุดชะงักลงเพราะเหตุอันมิอาจโทษฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดในคู่สัญญานี้ได้ ผู้ว่าจ้างยินยอมให้มีการขยายระยะเวลาออกไปเท่ากับวันเวลาที่ผู้รับจ้างต้องเสียไปเพราะเหตุอันทำให้มีการหยุดชะงักแห่งการงานนั้น
ข้อ 13.
ในกรณีที่ผู้ว่าจ้างผิดนัดไม่ทำการชำระค่าจ้างงวดหนึ่งงวดใด หรือคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดสัญญาข้อใดข้อหนึ่งแล้ว คู่สัญญาที่เหลืออยู่หรือผู้รับจ้างสามารถทำการบอกเลิกสัญญาได้ทันที และให้กรรมสิทธิ์ของบ้าน วัสดุ อุปกรณ์และสิ่งของต่าง ๆ ตกเป็นของคู่สัญญาฝ่ายที่ไม่ผิดนัดผิดสัญญา
ข้อ 14.
ในกรณีที่ผู้รับจ้างทำการส่งมอบงานล่าช้า ผู้ว่าจ้างสามารถทำการปรับเป็นเงินได้ไม่เกินวันละ …………………………… บาท (……………………………) และกรณีที่ผู้รับจ้างก่อความเสียหายอื่น ๆ อีก ผู้รับจ้างต้องชดใช้ค่าเสียหายดังกล่าวแก่ผู้ว่าจ้างด้วย
สัญญานี้ทำขึ้นเป็นสองฉบับมีข้อความถูกต้องตรงกัน คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายได้อ่านและเข้าใจข้อความในสัญญานี้ดีแล้ว จึงลงลายมือชื่อพร้อมประทับตรา (ถ้ามี) ไว้เป็นสำคัญต่อหน้าพยาน และเก็บสัญญาไว้ฝ่ายละฉบับ

