Baiwaiเข้าสู่ระบบ

สัญญาจ้างก่อสร้างแบบราคาต่อหน่วย (หน่วยงานราชการ)

หน่วยงานรัฐจ้างเหมาก่อสร้างหลังประกวดราคา จ่ายตามเนื้องานจริง มีเงินล่วงหน้า เงินประกันผลงาน ค่าปรับรายวัน

กรอกแบบฟอร์มนี้

เว้นช่องให้กรอก 21 จุด · ต้องสมัครสมาชิกก่อนกรอก (ฟรี)

สัญญาจ้างก่อสร้างแบบราคาต่อหน่วย (หน่วยงานราชการ)

ทำที่ ……………………………
วันที่ ……………………………

สัญญานี้ทำขึ้นระหว่าง …………………………… อยู่ที่ …………………………… ซึ่งต่อไปในสัญญานี้จะเรียกว่า “ผู้ว่าจ้าง” ฝ่ายหนึ่ง กับ …………………………… อยู่ที่ …………………………… ซึ่งจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ณ ประเทศไทย ซึ่งต่อไปในสัญญานี้จะเรียกว่า “ผู้รับจ้าง” อีกฝ่ายหนึ่ง

หลักฐานแสดงการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลและแสดงถึงผู้มีอำนาจลงนามในสัญญาแทนผู้รับจ้างปรากฏอยู่แนบท้ายสัญญานี้

คู่สัญญาได้ตกลงกันดังต่อไปนี้

ข้อ 1. ขอบเขตของงาน

ผู้ว่าจ้างตกลงให้ผู้รับจ้างทำงานก่อสร้าง…………………………… ณ …………………………… ตามข้อกำหนดและเงื่อนไขแห่งเอกสารซึ่งได้ระบุไว้ในข้อ 2

ผู้รับจ้างตกลงที่จะจัดหาแรงงาน วัสดุ เครื่องมือเครื่องใช้ ตลอดจนอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อใช้ในการก่อสร้างที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติงานและผลสำเร็จของงานตามข้อกำหนดและเงื่อนไขแห่งเอกสารที่ได้ระบุไว้ในข้อ 2

ข้อ 2. เอกสารประกอบสัญญา

เอกสารดังต่อไปนี้ให้ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา และคู่สัญญาได้อ่านและเข้าใจโดยตลอดแล้ว

เล่มที่ 1 ประกาศและข้อแนะนำสำหรับผู้เข้าประกวดราคา

เล่มที่ 2 รายการคุณลักษณะเฉพาะประกอบแบบก่อสร้าง (Technical Specification)

เล่มที่ 3 แบบใบเสนอราคา

เล่มที่ 4 ใบแจ้งรายการราคา (Bill of Quantities)

เล่มที่ 5 แบบแปลนก่อสร้าง

ข้อ 3. หลักประกันการปฏิบัติงาน

ในวันทำสัญญานี้ ผู้รับจ้างได้นำหลักทรัพย์อย่างใดอย่างหนึ่งตามที่ระบุไว้ในข้อ 6 ของประกาศและข้อแนะนำสำหรับผู้เข้าประกวดราคา เป็นจำนวนร้อยละสิบ (10) ของราคา …………………………… บาท (……………………………) คิดเป็นเงิน …………………………… บาท (……………………………) มามอบแก่ผู้ว่าจ้าง เพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญา หลักประกันดังกล่าวมีอายุประกันหลังจากวันที่กิจการแล้วเสร็จภายในกำหนดความรับผิดชอบตามสัญญา ถ้าวันแล้วเสร็จตามสัญญาต้องยืดออกไปด้วยเหตุใด ๆ ก็ตาม ผู้รับจ้างต้องนำหลักประกันมามอบให้แก่ผู้ว่าจ้างให้มีอายุการประกันให้ครบความรับผิดชอบตามสัญญาเสมอไป

หลักประกันที่ผู้รับจ้างนำมามอบไว้ข้างต้น ผู้ว่าจ้างจะคืนให้เมื่อผู้รับจ้างพ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาข้อ 8

ข้อ 4. ค่างานและการจ่ายเงิน

ผู้ว่าจ้างตกลงจ่าย และผู้รับจ้างตกลงรับเงินค่างานเป็นจำนวนเงิน …………………………… บาท (……………………………) โดยถือราคาต่อหน่วยเป็นเกณฑ์ตามรายการแต่ละประเภทดังที่ได้กำหนดไว้ในใบแจ้งรายการราคา

คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงว่าจำนวนเนื้องานที่กำหนดไว้ในใบแจ้งรายการราคานี้เป็นจำนวนโดยประมาณเท่านั้น จำนวนเนื้องานที่แท้จริงอาจจะมากหรือน้อยกว่านี้ก็ได้ ผู้ว่าจ้างจะจ่ายเงินค่างานให้แก่ผู้รับจ้างตามราคาต่อหน่วยงานแต่ละประเภทที่ทำเสร็จจริง คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายต่างตกลงที่จะไม่เปลี่ยนแปลงราคาต่อหน่วย หรือเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนอันเกิดจากการที่จำนวนเนื้องานได้แตกต่างไปจากที่กำหนดไว้ในสัญญา

นอกจากระบุเป็นอย่างอื่นในสัญญา ผู้ว่าจ้างจะกำหนดค่าของงานที่ได้ทำตามสัญญา เมื่อต้องการวัดค่างานส่วนไหนผู้ว่าจ้างก็จะแจ้งให้ตัวแทนของผู้รับจ้างทราบ และตัวแทนหรือผู้ที่มีคุณสมบัติ หรือมีความสามารถที่ตัวแทนส่งมาจะมาช่วยผู้ว่าจ้างวัดค่างานและจะเพิ่มเติมรายละเอียดตามที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องการ ในกรณีที่ผู้รับจ้างมิได้มาหรือมิได้ตั้งตัวแทนมา การวัดค่างานโดยผู้ว่าจ้างถือว่าเป็นการวัดค่างานที่ถูกต้อง

ในกรณีที่การชำระเงินรายเดือนตามความก้าวหน้าของงานทั้งหมด (ยกเว้นการชำระเงินตามรายการที่ระบุ การเปลี่ยนแปลง การเพิ่มเติม และการตัดรายการบางส่วนของงานตามข้อ 16 และจำนวนเงินตามรายการที่ระบุ) มากหรือน้อยกว่าราคาตามสัญญาเดิม ต้องมีการปรับราคาเดิมเมื่องานเสร็จ ดังต่อไปนี้

ในกรณีที่เงินชำระรายเดือนทั้งหมดสูงกว่าร้อยละหนึ่งร้อยยี่สิบ (120) ของราคาที่กำหนดเดิม จำนวนที่เกินจะชำระให้เพียงร้อยละแปดสิบ (80) ของเงินจำนวนที่เกินนั้น

ในกรณีที่เงินชำระรายเดือนทั้งหมดต่ำกว่าร้อยละแปดสิบ (80) ของราคาเดิมตามสัญญา ผู้ว่าจ้างจะชดเชยเงินให้ร้อยละยี่สิบ (20) ของส่วนต่างระหว่างร้อยละแปดสิบ (80) ของราคาเดิมตามสัญญากับราคาค่างานรายเดือนที่ทำจริง ทั้งนี้ เพื่อชดเชยค่าโสหุ้ยและค่าสูญเสียกำไรของผู้รับจ้าง

การปรับราคาจะไม่กระทำในกรณีที่สัญญาสิ้นสุดลงตามข้อ 7 การตกลงกันในเรื่องการปรับราคาจะกระทำตอนชำระเงินงวดสุดท้าย จะไม่มีการปรับราคาสูงต่ำของงานแต่ละชนิดตามรายการที่กำหนด

การจ่ายเงินเพิ่มเติมนี้จะจ่ายให้ในงวดสุดท้ายของการจ่ายเงิน ทุกเดือนผู้รับจ้างจะต้องส่งบัญชีต่าง ๆ โดยละเอียด ที่เป็นบัญชีเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่ผู้รับจ้างคิดว่าควรจะได้และเกี่ยวกับงานที่ผู้ว่าจ้างสั่งให้ทำเพิ่มเติม

ภายใต้ข้อกำหนดในข้อ 6 แห่งสัญญานี้ ผู้ว่าจ้างตกลงที่จะจ่ายเงินค่างานให้แก่ผู้รับจ้างเป็นรายเดือนตามเนื้องานที่ทำเสร็จ เมื่อผู้ว่าจ้างหรือเจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้างได้กระทำการตรวจสอบงานที่ทำเสร็จแล้วและปรากฏว่าเป็นที่พอใจตรงตามข้อกำหนดแห่งสัญญานี้ทุกประการ ผู้ว่าจ้างจะออกหนังสือรับรองการรับมอบงานนั้นให้ไว้แก่ผู้รับจ้าง

จะไม่มีการจ่ายเงินไม่ว่าจะเป็นในช่วงระหว่างทำงานหรือเมื่องานแล้วเสร็จในกรณีที่รายจ่ายเหล่านี้มิได้ปรากฏในใบแจ้งรายการราคา

การจ่ายเงินงวดสุดท้ายจะจ่ายให้เมื่องานทั้งหมดตามสัญญาได้แล้วเสร็จทุกประการ รวมทั้งการทำสถานที่ก่อสร้างให้สะอาดเรียบร้อยตามที่กำหนดไว้ในข้อ 20

ข้อ 5. เงินค่างานล่วงหน้า

ผู้ว่าจ้างตกลงที่จะจ่ายเงินค่างานล่วงหน้าให้แก่ผู้รับจ้าง เป็นจำนวนเงิน …………………………… บาท (……………………………) ซึ่งเท่ากับร้อยละสิบ (10) ของราคาตามสัญญาที่ระบุไว้ในข้อ 4 เงินจำนวนดังกล่าวจะจ่ายให้ภายหลังจากที่ผู้รับจ้างได้มอบหนังสือค้ำประกันของธนาคารเต็มตามจำนวนเงินค่างานล่วงหน้านั้นให้แก่ผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้างจะต้องออกใบเสร็จรับเงินค่างานล่วงหน้าตามแบบที่ผู้ว่าจ้างกำหนดให้ และผู้รับจ้างตกลงที่จะกระทำตามเงื่อนไขอันเกี่ยวกับการใช้จ่ายและการใช้คืนเงินค่างานล่วงหน้านั้นดังต่อไปนี้

5.1ผู้รับจ้างจะใช้เงินค่างานล่วงหน้านั้นเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติงานตามสัญญาเท่านั้น หากผู้รับจ้างใช้จ่ายเงินค่างานล่วงหน้า หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของเงินค่างานล่วงหน้านั้นในทางอื่น ผู้ว่าจ้างอาจเรียกเงินค่างานล่วงหน้าคืนจากผู้รับจ้างหรือเรียกร้องเอาจากธนาคารผู้ค้ำประกันได้ทันที

5.2เมื่อผู้ว่าจ้างเรียกร้อง ผู้รับจ้างต้องแสดงหลักฐานการใช้จ่ายเงินค่างานล่วงหน้า เพื่อพิสูจน์ว่าได้เป็นไปตามข้อ 5.1 ภายในกำหนดสิบห้าวัน (15) นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง หากผู้รับจ้างไม่อาจแสดงหลักฐานดังกล่าวภายในกำหนดสิบห้าวัน (15) ผู้ว่าจ้างอาจเรียกเงินค่างานล่วงหน้าคืนจากผู้รับจ้างหรือเรียกร้องเอาจากธนาคารผู้ค้ำประกันได้ทันที

5.3ในการจ่ายเงินค่างานล่วงหน้าคืน ผู้ว่าจ้างจะหักเอาจากเงินงวดต่าง ๆ ที่จะจ่ายให้แก่ผู้รับจ้างเป็นจำนวนร้อยละสิบห้า (15) ของจำนวนเงินแต่ละงวด ทั้งนี้นอกจากในสามงวดแรก จนกว่าจะหักได้ครบจำนวน และไม่ว่าในกรณีใด ๆ ก็ตามเงินค่างานล่วงหน้าที่เหลือจะหักเอาจากเงินค่างานงวดสุดท้ายจนครบจำนวน หากเงินค่างานล่วงหน้าที่ยังเหลือเกินกว่าจำนวนเงินค่างานงวดสุดท้าย ผู้รับจ้างจะต้องจ่ายเงินที่เกินนั้นให้แก่ผู้ว่าจ้างภายในกำหนดเจ็ดวัน (7) นับแต่วันที่ได้รับคำเรียกเป็นหนังสือจากผู้ว่าจ้าง

5.4เงินจำนวนใด ๆ ก็ตามที่ผู้รับจ้างจะต้องจ่ายให้แก่ผู้ว่าจ้างเพื่อชำระหนี้หรือเพื่อชดใช้ความรับผิดชอบต่าง ๆ ตามสัญญา ผู้ว่าจ้างจะหักเอาจากเงินค่างานงวดที่จะจ่ายให้แก่ผู้รับจ้างก่อนที่จะหักเป็นการใช้คืนเงินค่างานล่วงหน้าตามข้อ 5.3

5.5หากผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อกำหนดแห่งสัญญาหรือเงื่อนไขใด ๆ ที่แนบท้าย ผู้รับจ้างตกลงที่จะให้หักเอาจากเงินที่จะได้รับทุกจำนวนตามสัญญานี้ เพื่อเป็นการจ่ายคืนเงินค่างานล่วงหน้าหรือจำนวนเงินใด ๆ ที่ค้างชำระ ทั้งนี้ภายใต้บังคับของข้อ 5.4 แห่งสัญญานี้

5.6ในกรณีที่มีการบอกเลิกสัญญา หากเงินค่างานล่วงหน้าที่เหลือเกินกว่าจำนวนเงินที่ผู้รับจ้างจะได้รับหลังจากหักชดใช้ในกรณีอื่นแล้ว ผู้รับจ้างจะต้องจ่ายคืนเงินจำนวนที่เหลือนั้นให้แก่ผู้ว่าจ้างภายในเจ็ดวัน (7) หลังจากที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากผู้ว่าจ้าง

ข้อ 6. การหักเงินประกันผลงาน

ในการจ่ายเงินให้แก่ผู้รับจ้างแต่ละงวด ผู้ว่าจ้างจะหักเงินจำนวนร้อยละสิบ (10) ของเงินที่จะต้องจ่ายในงวดนั้นเพื่อเป็นประกันผลงาน ในกรณีที่เงินประกันผลงานจะต้องถูกหักไว้ทั้งสิ้นไม่ต่ำกว่าหกเดือน (6) ผู้รับจ้างมีสิทธิที่จะเลือกใช้หนังสือค้ำประกันของธนาคารซึ่งออกโดยธนาคารภายในประเทศที่ผู้ว่าจ้างเชื่อถือตามแบบที่ผู้ว่าจ้างกำหนดไว้เพื่อเป็นหลักประกันแทนก็ได้

ผู้ว่าจ้างจะคืนเงินประกันผลงานและ/หรือหนังสือค้ำประกันของธนาคารดังกล่าวตามวรรคแรกให้แก่ผู้รับจ้างหลังจากที่ผู้ว่าจ้างได้ออกใบรับรองว่างานแล้วเสร็จ

ข้อ 7. กำหนดเวลาแล้วเสร็จและสิทธิของผู้ว่าจ้างในการบอกเลิกสัญญา

ภายในกำหนดสิบห้าวัน (15) นับแต่วันลงนามในสัญญา ผู้รับจ้างจะต้องเสนอแผนงานให้เป็นที่พอใจแก่ผู้ว่าจ้าง โดยแสดงถึงขั้นตอนของการทำงานและกำหนดเวลาที่ต้องใช้การทำงานหลักต่าง ๆ ให้แล้วเสร็จ ผู้รับจ้างต้องเริ่มทำงานก่อสร้างภายในกำหนดสามสิบวัน (30) นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน และจะต้องทำงานให้แล้วเสร็จภายในกำหนด …………………………… วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งดังกล่าวนั้น หากผู้รับจ้างไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จตามกำหนดเวลา หรือมีเหตุให้เชื่อได้ว่าผู้รับจ้างไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลา หรือจะแล้วเสร็จล่าช้าเกินกว่ากำหนดเวลา หรือผู้รับจ้างทำผิดสัญญาข้อใดข้อหนึ่ง หรือตกเป็นผู้ล้มละลาย หรือเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการตรวจการจ้างหรือผู้ควบคุมงาน หรือบริษัทที่ปรึกษาซึ่งได้รับมอบอำนาจจากผู้ว่าจ้าง ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะบอกเลิกสัญญานี้ได้ และมีสิทธิจ้างผู้รับจ้างรายใหม่เข้าทำงานของผู้รับจ้างให้ลุล่วงไปได้ด้วย

การที่ผู้ว่าจ้างไม่ใช้สิทธิเลิกสัญญาดังกล่าวข้างต้นนั้นไม่เป็นเหตุให้ผู้รับจ้างหลุดพ้นจากความรับผิดชอบตามสัญญานี้

ข้อ 8. ความรับผิดชอบในความชำรุดบกพร่องของงานจ้าง

เมื่องานแล้วเสร็จบริบูรณ์และผู้ว่าจ้างได้รับมอบงานจากผู้รับจ้างหรือจากผู้รับจ้างรายใหม่ในกรณีที่มีการบอกเลิกสัญญาตามข้อ 7 หากมีเหตุชำรุดบกพร่องหรือเสียหายเกิดขึ้นจากงานจ้างนี้ภายในกำหนดหนึ่งปี (1) นับจากวันที่ได้รับมอบงานดังกล่าว ซึ่งความชำรุดบกพร่องหรือเสียหายนั้นเกิดจากความบกพร่องของผู้รับจ้าง อันเกิดจากการใช้วัสดุที่ไม่ถูกต้อง หรือทำไว้ไม่เรียบร้อย หรือทำไม่ถูกต้องตามมาตรฐานแห่งหลักวิชา ผู้รับจ้างจะต้องรีบทำการแก้ไขให้เป็นที่เรียบร้อยโดยไม่ชักช้า โดยผู้ว่าจ้างไม่ต้องออกเงินใด ๆ ในการนี้ทั้งสิ้น หากผู้รับจ้างบิดพลิ้วไม่กระทำการดังกล่าวภายในกำหนดเจ็ดวัน (7) นับแต่วันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากผู้ว่าจ้าง หรือไม่ทำการแก้ไขให้ถูกต้องเรียบร้อยภายในเวลาที่ผู้ว่าจ้างกำหนดให้ ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะทำการนั้นเองหรือจ้างผู้อื่นให้ทำงานนั้นโดยผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย

ข้อ 9. การจ้างช่วง

ผู้รับจ้างจะต้องไม่เอางานทั้งหมด หรือบางส่วนแห่งสัญญานี้ไปจ้างช่วงอีกต่อหนึ่งโดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้ว่าจ้างก่อน เว้นแต่ที่สัญญานี้จะได้ระบุไว้เป็นอย่างอื่น ความยินยอมดังกล่าวนั้นไม่เป็นเหตุให้ผู้รับจ้างหลุดพ้นจากความรับผิด หรือพันธะหน้าที่ตามสัญญานี้ และผู้รับจ้างจะยังคงต้องรับผิดชอบในความผิดหรือประมาทเลินเล่อของผู้รับจ้างช่วงหรือของตัวแทนหรือของคนงานของผู้รับจ้างช่วงนั้นทุกประการ

ข้อ 10. การควบคุมงานของผู้รับจ้าง

ผู้รับจ้างจะต้องควบคุมงานก่อสร้างอย่างเอาใจใส่ด้วยประสิทธิภาพและความชำนาญ และในระหว่างการก่อสร้างนั้นจะต้องจัดให้มีผู้แทนซึ่งทำงานเต็มเวลาเป็นผู้ควบคุมงานในสถานที่ก่อสร้าง ผู้ควบคุมงานดังกล่าวจะต้องเป็นผู้แทนได้รับมอบอำนาจจากผู้รับจ้าง และผู้แทนดังกล่าวจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบแทนผู้รับจ้าง คำสั่งหรือคำแนะนำต่าง ๆ ซึ่งได้แจ้งแก่ผู้แทนดังกล่าวถือได้ว่าได้แจ้งแก่ผู้รับจ้างแล้ว การแต่งตั้งผู้ควบคุมงานนั้นจะต้องทำเป็นหนังสือและจะต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้าง การเปลี่ยนตัวหรือแต่งตั้งผู้ควบคุมงานใหม่จะกระทำมิได้หากไม่ได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้างก่อน

ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะขอให้เปลี่ยนตัวผู้แทนได้รับมอบอำนาจนั้น โดยแจ้งเป็นหนังสือไปยังผู้รับจ้าง และผู้รับจ้างจะต้องทำการเปลี่ยนตัวโดยพลัน โดยไม่คิดราคาเพิ่มหรืออ้างเป็นเหตุเพื่อขยายอายุสัญญาอันเนื่องมาจากเหตุนี้

ข้อ 11. ความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง

ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบต่ออุบัติเหตุ ความเสียหาย หรือภยันตรายใด ๆ อันเกิดจากการปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง และจะต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายจากการกระทำของคนงาน ช่าง หรือลูกจ้างของผู้รับจ้าง ความเสียหายใด ๆ อันเกิดแก่งานที่ผู้รับจ้างได้ทำขึ้น นอกจากกรณีอันเกิดจากเหตุสุดวิสัย ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบโดยซ่อมแซมให้คืนดีหรือเปลี่ยนให้ใหม่โดยค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้างเอง ความรับผิดชอบของผู้รับจ้างดังกล่าวในข้อนี้จะสิ้นสุดลงเมื่อผู้ว่าจ้างได้รับมอบงานครั้งสุดท้าย ซึ่งหลังจากนั้นผู้รับจ้างคงต้องรับผิดชอบเพียงในกรณีชำรุดบกพร่อง หรือความเสียหายดังกล่าวในข้อ 8 เท่านั้น

ข้อ 12. การจ่ายเงินแก่ลูกจ้าง

ผู้รับจ้างจะต้องจ่ายเงินแก่ลูกจ้างที่ผู้รับจ้างได้จ้างมาในอัตรา และตามกำหนดเวลาที่ผู้รับจ้างได้ตกลงหรือทำสัญญาไว้ต่อลูกจ้างดังกล่าวภายใต้กฎหมายแรงงาน

ถ้าผู้รับจ้างไม่จ่ายเงินค่าจ้างหรือค่าทดแทนอื่นใดแก่ลูกจ้างดังกล่าวในวรรคแรก ผู้รับจ้างยอมให้ผู้ว่าจ้างเอาเงินค่าจ้างที่จะต้องจ่ายแก่ผู้รับจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างของผู้รับจ้างได้ และให้ถือว่าเงินจำนวนที่จ่ายไปนี้เป็นค่าจ้างที่ผู้รับจ้างได้รับไปจากผู้ว่าจ้างแล้ว

ผู้รับจ้างจะต้องจัดให้มีประกันภัยสำหรับคนงานทุกคนที่จ้างมาทำงาน โดยให้ครอบคลุมถึงความรับผิดทั้งปวงของผู้รับจ้างรวมทั้งผู้รับจ้างช่วงอันหากจะพึงมีในกรณีความเสียหายที่คิดค่าสินไหมทดแทนได้ตามกฎหมายซึ่งเกิดจากอุบัติเหตุหรือภยันตรายใด ๆ ต่อคนงานหรือบุคคลอื่นที่ผู้รับจ้างหรือผู้รับจ้างช่วงจ้างมาทำงาน ผู้รับจ้างจะต้องส่งมอบกรมธรรม์ประกันภัยดังกล่าวพร้อมทั้งเบี้ยประกันให้แก่ผู้ว่าจ้าง เมื่อผู้ว่าจ้างเรียกร้อง

ข้อ 13. การตรวจงานจ้าง

ถ้าผู้ว่าจ้างแต่งตั้งกรรมการตรวจการจ้าง ผู้ควบคุมงาน หรือบริษัทที่ปรึกษา เพื่อควบคุมการทำงานของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างยอมให้กรรมการตรวจการจ้าง หรือผู้ควบคุมงาน หรือบริษัทที่ปรึกษานั้นมีอำนาจเข้าไปตรวจการงานในโรงงานและสถานที่ที่กำลังก่อสร้างได้ทุกเวลา และผู้รับจ้างจะต้องอำนวยความสะดวกและให้ความช่วยเหลือในการนั้นตามสมควร

การที่มีกรรมการตรวจการจ้าง ผู้ควบคุมงาน หรือบริษัทที่ปรึกษา หาทำให้ผู้รับจ้างหลุดพ้นความรับผิดชอบตามสัญญานี้ข้อใดไม่

ข้อ 14. แบบแปลนก่อสร้างหรือรายการคุณลักษณะเฉพาะประกอบแบบก่อสร้างคลาดเคลื่อน

ผู้รับจ้างจะต้องรับรองว่าได้ตรวจสอบและทำความเข้าใจในแบบแปลนก่อสร้างและรายการคุณลักษณะเฉพาะประกอบแบบก่อสร้างโดยถี่ถ้วนแล้ว หากปรากฏว่าแบบแปลนหรือรายการคุณลักษณะเฉพาะประกอบแบบก่อสร้างนั้นผิดพลาด หรือคลาดเคลื่อนไปจากหลักการทางวิศวกรรมหรือทางเทคนิค ผู้รับจ้างตกลงที่จะปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของกรรมการตรวจการจ้างหรือผู้ควบคุมงานหรือบริษัทที่ปรึกษาเพื่อให้งานแล้วเสร็จบริบูรณ์ โดยจะคิดค่าใช้จ่ายใด ๆ เพิ่มขึ้นจากผู้ว่าจ้างไม่ได้

ข้อ 15. การควบคุมงานโดยผู้ว่าจ้าง

ผู้รับจ้างตกลงว่า กรรมการตรวจการจ้าง ผู้ควบคุมงานหรือบริษัทที่ปรึกษาที่ผู้ว่าจ้างแต่งตั้งขึ้น มีอำนาจที่จะตรวจสอบและควบคุมงานเพื่อให้เป็นไปตามเอกสารสัญญา และมีอำนาจที่จะสั่งให้แก้ไข เปลี่ยนแปลงเพิ่มเติม หรือตัดทอน ซึ่งงานตามสัญญานี้ ถ้ามีเหตุอันสมควร กรรมการตรวจการจ้าง ผู้ควบคุมงานหรือบริษัทที่ปรึกษา มีอำนาจที่จะสั่งให้หยุดกิจการนั้นชั่วคราวได้ ความล่าช้าในกรณีเช่นนี้ผู้รับจ้างจะถือเป็นเหตุขอขยายวันทำการออกไปมิได้

ข้อ 16. งานพิเศษและการแก้ไขงาน

ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะสั่งให้ผู้รับจ้างทำงานพิเศษซึ่งไม่ได้แสดงไว้หรือรวมอยู่ในเอกสารสัญญา ในเมื่องานพิเศษนั้น ๆ อยู่ในขอบข่ายทั่วไปแห่งวัตถุประสงค์ของสัญญานี้ นอกจากนี้ผู้ว่าจ้างยังมีสิทธิสั่งให้เปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขแบบแปลนก่อสร้างและข้อกำหนดต่าง ๆ ในเอกสารสัญญานี้ด้วย โดยผู้รับจ้างไม่มีสิทธิโต้แย้งและให้ถือว่าอยู่ในกรอบวัตถุประสงค์แห่งสัญญาแล้ว

อัตราจ้างที่กำหนดไว้ในสัญญานี้ให้นำมาใช้สำหรับงานพิเศษ หรืองานที่เพิ่มเติมขึ้น หรือตัดทอนลงทั้งปวงตามคำสั่งของผู้ว่าจ้าง หากในสัญญาไม่ได้กำหนดไว้ถึงอัตราจ้างหรือราคาใด ๆ ที่จะนำมาใช้สำหรับงานพิเศษหรืองานที่เพิ่มขึ้นดังกล่าว ผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างจะได้ตกลงกันที่จะกำหนดอัตราหรือราคารวมทั้งการขยายระยะเวลา (ถ้ามี) กันใหม่เพื่อความเหมาะสม ในกรณีที่ตกลงกันไม่ได้ผู้ว่าจ้างจะกำหนดอัตราจ้างหรือราคาตายตัวตามแต่ผู้ว่าจ้างจะเห็นว่าเหมาะสมและถูกต้อง

ข้อ 17. ค่าปรับ

หากผู้รับจ้างส่งมอบงานล่าช้ากว่าวันแล้วเสร็จตามสัญญา และผู้ว่าจ้างยังมิได้บอกเลิกสัญญา ผู้รับจ้างยอมให้ผู้ว่าจ้างดำเนินการต่อไปนี้ คือ

17.1 ปรับผู้รับจ้างเป็นรายวัน วันละ …………………………… บาท (……………………………) (เท่ากับร้อยละ 0.05 ของราคาเงินค่างานตามที่ระบุในสัญญาข้อ 4 วรรคแรก)

17.2 เรียกค่าใช้จ่ายในการควบคุมงาน นับแต่วันล่วงเลยกำหนดวันแล้วเสร็จตามสัญญาจนถึงวันที่งานแล้วเสร็จบริบูรณ์ โดยคิดเป็นรายวัน วันละ …………………………… บาท (……………………………)

17.3 เรียกค่าเสียหายอันเกิดขึ้นจากการที่ผู้รับจ้างทำงานล่าช้า (ถ้ามี)

ในระหว่างที่มีการปรับนั้น ถ้าผู้ว่าจ้างเห็นว่าผู้รับจ้างไม่อาจปฏิบัติตามสัญญาต่อไปได้ ผู้ว่าจ้างมีสิทธิบอกเลิกสัญญาและใช้สิทธิตามสัญญาข้อ 18 นอกเหนือจากการปรับจนถึงวันบอกเลิกสัญญาด้วย

ข้อ 18. สิทธิของผู้ว่าจ้างภายหลังบอกเลิกสัญญา

ในกรณีที่ผู้ว่าจ้างบอกเลิกสัญญา ผู้ว่าจ้างทำงานนั้นเองหรือว่าจ้างผู้อื่นให้ทำงานนั้นต่อจนแล้วเสร็จได้ ผู้ว่าจ้างหรือผู้ที่รับจ้างทำงานนั้นต่อ อาจใช้เครื่องใช้ในการก่อสร้าง สิ่งที่สร้างขึ้นชั่วคราวสำหรับงานก่อสร้าง และวัสดุต่าง ๆ ซึ่งเห็นว่าจะต้องสงวนเอาไว้เพื่อการปฏิบัติตามสัญญาเท่าที่จะเห็นสมควร

ในกรณีดังกล่าว ผู้ว่าจ้างมีสิทธิริบหลักประกันการปฏิบัติงานทั้งหมดหรือบางส่วนตามแต่จะเห็นสมควร นอกจากนั้นผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบในค่าเสียหายซึ่งเป็นจำนวนเกินกว่าหลักประกันการปฏิบัติงาน และค่าเสียหายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นรวมทั้งค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นในการทำงานนั้นต่อให้แล้วเสร็จตามสัญญา ซึ่งผู้ว่าจ้างจะหักเอาจากเงินประกันผลงานและจำนวนเงินใด ๆ ที่จะจ่ายให้แก่ผู้รับจ้างก่อน

ข้อ 19. การกำหนดค่าเสียหาย

ในการกำหนดค่าเสียหายซึ่งเกิดจากผู้รับจ้างตามสัญญานี้ ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะหักเอาจากจำนวนเงินค่าจ้างที่จะจ่ายหรือจากเงินประกันผลงานของผู้รับจ้าง

ข้อ 20. การทำบริเวณก่อสร้างให้เรียบร้อย

ผู้รับจ้างจะต้องรักษาบริเวณสถานที่ก่อสร้างรวมทั้งโรงงาน หรือสิ่งอำนวยความสะดวกในการก่อสร้างของผู้รับจ้าง ลูกจ้าง ตัวแทน หรือของผู้รับจ้างช่วง ให้อยู่ในความสะอาดปลอดภัย และมีประสิทธิภาพในการใช้งานตลอดระยะเวลาการจ้าง และเมื่อทำงานเสร็จสิ้นแล้วจะต้องขนย้ายบรรดาเครื่องใช้ในการก่อสร้างรวมทั้งวัสดุ ขยะมูลฝอยและสิ่งก่อสร้างชั่วคราวต่าง ๆ ที่จะต้องกลบเกลื่อนพื้นดินให้เรียบร้อย เพื่อให้บริเวณทั้งหมดอยู่ในสภาพที่สะอาด และใช้การได้ทันที

ข้อ 21. กรณีพิพาทและอนุญาโตตุลาการ

ในกรณีที่มีข้อขัดแย้งหรือข้อพิพาทเกิดขึ้นระหว่างผู้รับจ้างและผู้ว่าจ้างอันเกี่ยวกับสัญญานี้ คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะต้องเสนอข้อขัดแย้งหรือข้อพิพาทนั้นต่อหัวหน้าหน่วยราชการของผู้ว่าจ้างเพื่อวินิจฉัย หัวหน้าหน่วยราชการนั้นจะต้องมีคำวินิจฉัยภายในกำหนดสามสิบวัน (30) นับแต่วันที่ได้รับเรื่องราว คำวินิจฉัยดังกล่าวจะต้องทำเป็นหนังสือลงนามโดยหัวหน้าหน่วยราชการของผู้ว่าจ้างและส่งสำเนาให้แก่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายโดยไม่ชักช้า คำวินิจฉัยดังกล่าวให้เป็นอันยุติและถึงที่สุด นอกจากผู้รับจ้างจะร้องขอต่อผู้ว่าจ้างภายในกำหนดสามสิบวัน (30) นับแต่วันที่ได้รับคำวินิจฉัยนั้น เพื่อให้เสนอข้อขัดแย้งหรือข้อพิพาทนั้นต่ออนุญาโตตุลาการ หากคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายมิได้ตกลงที่จะแต่งตั้งอนุญาโตตุลาการนายเดียว ข้อขัดแย้งหรือข้อพิพาทนั้นให้วินิจฉัยโดยอนุญาโตตุลาการสองนายซึ่งคู่สัญญาแต่งตั้งขึ้นฝ่ายละหนึ่งนายภายในกำหนดสามสิบวัน (30) นับแต่วันที่ได้รับแจ้งว่าจะต้องเสนอข้อพิพาทหรือข้อขัดแย้งกัน อนุญาโตตุลาการทั้งสองนายนั้นจะต้องแต่งตั้งผู้ชี้ขาดขึ้นคนหนึ่งภายในกำหนดสามสิบวัน (30) นับแต่วันที่มีความเห็นขัดแย้งกันนั้น

กระบวนพิจารณาทั้งปวงของอนุญาโตตุลาการจะต้องกระทำในกรุงเทพมหานคร หากคู่สัญญาไม่อาจตกลงกันได้ในการแต่งตั้งอนุญาโตตุลาการของตนเอง หรือการแต่งตั้งผู้ชี้ขาด คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายมีสิทธิที่จะเสนอเรื่องราวต่อสภาหอการค้าในประเทศไทยเพื่อให้แต่งตั้งอนุญาโตตุลาการ หรือผู้ชี้ขาดตามแต่กรณี

ในระหว่างที่รอคำวินิจฉัยของอนุญาโตตุลาการนั้น ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติงานตามสัญญาต่อไปด้วยความขยันหมั่นเพียรตามคำวินิจฉัยของหัวหน้าหน่วยราชการของผู้ว่าจ้าง ทั้งนี้นอกจากในกรณีที่มีการบอกเลิกสัญญา

คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายสำหรับอนุญาโตตุลาการที่ฝ่ายตนแต่งตั้งขึ้น หรือในกรณีที่แต่งตั้งอนุญาโตตุลาการนายเดียว คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันออกค่าใช้จ่ายตามที่อนุญาโตตุลาการจะกำหนด โดยกรณีที่มีการแต่งตั้งผู้ชี้ขาด ค่าใช้จ่ายทั้งหมดของผู้ชี้ขาดจะต้องจ่ายโดยคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่าย และจะต้องจ่ายฝ่ายละเท่าใดนั้นอนุญาโตตุลาการจะเป็นผู้กำหนด และหากอนุญาโตตุลาการไม่สามารถตกลงกันได้ ผู้ชี้ขาดจะเป็นผู้กำหนด

สัญญานี้จะต้องตีความให้เป็นไปตามกฎหมายไทย คำวินิจฉัยชี้ขาดจะต้องเป็นอันถึงที่สุดสอดคล้องกันและผูกพันคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายมีสิทธิที่จะเสนอคดีต่อศาลยุติธรรมในประเทศไทยเพื่อบังคับคดีตามคำวินิจฉัยของอนุญาโตตุลาการหรือของหัวหน้าหน่วยราชการของผู้ว่าจ้างในกรณีที่คำวินิจฉัยนั้นเป็นอันถึงที่สุดดังกล่าว

ข้อ 22. เหตุสุดวิสัย

ในกรณีที่เหตุสุดวิสัยเกิดขึ้นอันก่อให้เกิดความล่าช้าในการปฏิบัติงานตามสัญญา ผู้รับจ้างจะต้องรายงานถึงเหตุสุดวิสัยนั้นต่อผู้ว่าจ้างทราบภายในสิบห้าวัน (15) นับแต่เหตุนั้นได้สิ้นสุดลง หากมิได้แจ้งภายในเวลาที่กำหนด ผู้รับจ้างจะยกมากล่าวอ้างเพื่อขอต่ออายุสัญญาในภายหลังมิได้

คำว่าเหตุสุดวิสัยตามสัญญาหมายถึง เหตุใด ๆ อันจะเกิดขึ้นก็ดี จะให้ผลพิบัติก็ดี ไม่มีใครจะอาจป้องกันได้ แม้ทั้งบุคคลผู้ต้องประสบหรือใกล้จะต้องประสบเหตุนั้นจะได้จัดการระมัดระวังตามสมควรอันพึงคาดหมายได้จากบุคคลนั้นในฐานะเช่นนั้น

ข้อ 23. ภาษา

บรรดาคำบอกกล่าว ข้อแนะนำ หรือเอกสารอื่นใดเกี่ยวกับสัญญานี้ระหว่างผู้ว่าจ้างกับผู้รับจ้างจะต้องทำเป็นภาษาไทย บรรดาเอกสารต่าง ๆ ที่จะเสนอต่อแหล่งเงินกู้นั้นจะต้องทำเป็นภาษาอังกฤษ

ข้อ 24. กฎหมายที่ต้องปฏิบัติตาม

ในการปฏิบัติงานตามสัญญา ผู้รับจ้าง ผู้แทน เจ้าหน้าที่ ช่างตลอดจนบริวารของผู้รับจ้างจะต้องยึดถือปฏิบัติตามกฎหมายไทย ผู้รับจ้างจะต้องป้องกันไม่ให้ผู้ว่าจ้างต้องรับผิดอันเนื่องมาจากการปฏิบัติผิดกฎหมายของผู้รับจ้าง ผู้แทน เจ้าหน้าที่ หรือคนงาน หรือของผู้รับจ้างช่วงไม่ว่ากรณีใด

สัญญานี้ได้ทำขึ้นสองฉบับ มีข้อความเป็นอย่างเดียว คู่สัญญาได้อ่านเข้าใจข้อความโดยละเอียดตลอดแล้ว จึงได้ลงลายมือชื่อพร้อมทั้งประทับตรา (ถ้ามี) ไว้เป็นสำคัญต่อหน้าพยาน และเก็บไว้ฝ่ายละฉบับ

ลงชื่อ .......................................... ผู้ว่าจ้าง
(..........................................)
ลงชื่อ .......................................... ผู้รับจ้าง
(..........................................)
ลงชื่อ .......................................... พยาน
(..........................................)
ลงชื่อ .......................................... พยาน
(..........................................)

ตัวอย่าง · ห้ามนำไปใช้งานจริง — สัญญาที่ออกจากระบบหลังกรอกแล้วไม่มีลายน้ำ

แบบฟอร์มอื่นในหมวดก่อสร้าง / ออกแบบ